ผมรู้จัก NINA SIMONE ครั้งแรกจากหนังเรื่องPOINT OF NO RETURN ของ JOH BADHAM ที่นำแสดงโดย BRIDGET FONDA ตังหนังเป็นเวอร์ชั่น อเมริกัน รีเมค ของหนังฝรั่งเศสสุดดังLA FEMME NIKITA ที่กำกับโดย LUC BESSON ตัวหนังเล่าเรื่องของอีสาวขี้ยาที่ถูกตำรวจจับได้ ถูกประหารชีวิต แล้วถูกนำมาฝึกเป็นมือสังหารของทางการ หนังพูดถึงผู้หญิงสิ้นหวังในชีวิตที่กลฃับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ ตัวหนังฉบับ รีเมคนั้นไม่ได้เป็นหนังดีสักเท่าไหร่ แต่ตัวละครในหนังใช้ชื่อตัวเองในหการเป็นสายลับ ว่า NINA SIMONE เพราะสิ่งเดียวที่เธอจำได้คือเธอชอบฟังเพลงของNINA SIMONE
เป็นเวลาหลายปีที่ผมได้ยินเฉพาะชื่อ โดยไม่เคยฟังเพลงของเธอ เพราะในยุค pre CD (ปลายยุค PEACOCK) เพลงแบบนี้ตามต่างจังหวัดหาฟังยากมาก จนในหลายปีต่อมา ผมจุงได้พบปะอย่างเป็นทางการกับเสียงแหบห้าว ทรงพลัง เศร้าสร้อยแต่เข้มแข็ง ของ NINA SIMONE
ทชื่อจริงของ NINA SIMONE คือ EUNICE KATHERYN WAYMON เธอเกิดใน north Carolina ในครอบครัวเคร่งศาสนาที่เป็นชนชั้นแรงงาน เธอเริ่มเล่นเปียโนในโบสถ์ และฉายแสงการเป็นนักดนตรี กระทั่งครอบครัวเธอ ต้องหาทางเจียดเงินเพื่อส่งเธอไปเรียนเปียโน ตอน สิบขวบ เธอได้แสดงคอนเสริ์ตของตัวเธอเอง ในเมืองเกิด แต่พ่อและแม่ของเธอถูกบังคับให้ไปนั่งแถวหลัง เพื่อเว้นที่ด้านหน้าให้กับคนขาว เธอจึงปฏิเสธที่จะแสดงจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะได้กลับมานั่งที่เดิม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเธอในฐานะนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ผ่านทางดนตรีของเธอ
ตอนอายุ 17 เธอตั้งความหวังที่จะเป็นนักเปียโนคลาสสิค และสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนดนตรีมีชื่อ แต่เธอถูกปฏิเสธซึ่งเธอเชื่อว่ามันเกิดขึ้นเพราะเธอเป็นคนดำ เธอจึงออกมาเล่นดนตรีตามผับ โดยใช้ชื่อ NINA SIMONE ชื่อ NINA แปลว่า เด็กหญิงตัวเล็กๆในภาษาเสปน ส่วน SIMONE นั้นเธอได้มาจาก ชื่อของดาราสาวชาวฝรั่งแศสจากหนังเรื่องQUEST d OR ที่เธอได้ดู เธอรับจ้างเล่นดนตรีหาเงิน และใช้ชื่อปลอมเพื่อไม่ให้แอม่เธอรู้ว่า เธอเล่น –ดนตรีของปีศาจ-
เธอเริ่มโด่งดังจากกรบันทึกเสียง I LOVE YOU PORGY ที่แต่งโดย GEARGE GERSHWIN แล้วได้ออกอัลบั้มมากมาย เธอไม่เคยยอมถูกจำกัดให้เป็นนักดนตรีแนวใดแนวหนึ่ง ตลอดระยะเวลาของเธอ เธอทำดนตรีทุกแนว ทั้ง JAZZ , SOUL , FOLK dกลายเป็นนักร้องนักดนตรี ที่โลกต้องจดจำ
ว่ากันว่า NINA SIMONE เป็น PERFECTIONIST (ในปี 1995 เธอยิงลูกชายของเพื่อนบ้าน เพราะเขาทำลายสมาธิในการร้องเพลงของเธอ ) นั่นทำให้เธอค่อยๆกลายเป็นโรคประสาท เธอใช้ยากล่อมประสาท เพื่อควบคุมสมาธิ และในระยะหลังเธอย้ายไปอยู่ BARBADOS แยกทางกับสามี และเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในปี 2003
เธอเขียนไว้และร้องเพลง เพื่อต่อต้านการเหยียดผิว MISSISIPI GODAMN เขียนขึ้นจากเหตุการณ์ณ์ระเบิดโบสถ์ที่คร่าชีวิตคนดำไปถึง 4 คน เ STRANGE FRIUT เพลงเก่าของBILLIE HOLIDAY เพื่อนสนิทของเธอ ถูกนำมาร้องใหม่ โดยคำว่า STRANGE FRIUT หมายถึงชายผิวสีคนหนึ่งที่ถูกคนขาวแขวนคอกับต้นไม้ เพลง FOUR WOMAN ที่เธอเขียนไว้ เล่าถึงผู้หญิงสี่แบบ ที่ผู้หญิงผิวสี ถูกทำให้เป็น
เพลง I WISH IKNEW HOW IT WOULD FEEL TO BE FREE เป็นฝีมือการแต่งของ BILLY TAYLOR ตัวเพลงแต่งขึ้นเพื่อเป็นเพลงแห่งการต่อสู้สิทธิมนุษยชน นอกจากเพลงนี้ เธอนำเพลงนี้มาร้องในปี 1968 หลังการตายของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง และไม่จำเป็นต้องเป็นคนดำ ในโลกที่ไร้เสรีภาพ เพลงนี้ยังคงมีความหมายพิเศษที่พึงจดจำ
NINA SIMONE คือตำนาน เธอยังคงถูกกล่าวถึง เพลงของเธอยังมีคนฟังและชื่นชม และพลังของเธอยังคงเปล่งประกายอยู่ในเสียงของเธอ และนี่คือเพลงที่ผมดีใจมากที่ได้ฟัง แม้คนจะรู้จักเพลงนี้เมื่อLIGHTHOUSE FAMILY นำมาร้องใหม่ (โดย เอาไปรวมกับเพลงONE ของ U2 ) แต่นี่คือต้นฉบับที่วิเศษสุดครับ
เรียบเรียงจาก
http://en.wikipedia.org/wiki/Nina_Simone