โดนสก๊อยเบบี๋ tag มา ถ้าไม่ทำ จะคอยเด้งเอ็มทวงยิกๆ อยู่ร่ำไป
ไอ้ tag เนี้ย คือ เล่าอะไรก็ได้เกี่ยวกับชีวิตเรา 25 ข้อ
ไม่รู้ว่าก๊อยมันจะเอาไปทำสัมโนครัวประชากรไทยหรือไรมิทราบ
ว่าแล้วก็ทำให้ชื่นใจหน่อยละกัน
1. ชื่อเล่นชื่อฟิวส์ (หรือ ดช.ชิตพงษ์) ตอนประถมเพื่อนเรียกว่าไอ้แว่น เพราะใส่แว่น
พอมัธยมปลาย เพื่อนเรียก ไอ้เฒ่า เพราะเสือกมีผมหงอกมากกว่าพวกมัน
บ้างก็ไอ้ม่อ เพราะมีความสามารถสร้างมนุษย์สัมพันธ์(มิใช่เพศสัมภันธ์)กับหญิงดีเลิศเป็นพิเศษ
2. ตอนเด็กๆ แบเบาะ แม่คิดวา่จะเป็นใบ้ เพราะไม่พูด แล้วในตระกูลก็มี อาอี๊,อาแปะ,อากู๋ ที่เป็นใบ้
พอโตมาหน่อย มันก็เริ่มพูดได้ แม่ดีใจมาก สรุป ว่าวิวัฒนาการทางการพูดมันล้าหลังกว่าสายพันธุ์เดียวกันไปสองสามเดือน
3. สมัยเด็กๆ ถูกหิ้วไปนั่นไปนี่บ่อยมาก เนื่องจากป๊าเป็นคนกินเหล้าและเข้าสังคมบ่อย เลยได้มีเข้าห้องคาสิโนลับในกรมป่าไม้ ไปเสพกลิ่นสุราในหมู่เพื่อนป๊า รวมไปถึงเป้น ฟิวส์ ญาติเยอะ เลยถูกตระเวนไปโชว์ตัวตามบ้านญาติโกโหติกา เลยมีโอกาสไปเที่ยวทะเล ภูเขา บ่อยๆ แต่นั่นก็เด็กเกินกว่าจะนึกออก ได้แต่นั่งมองรูปตาปริบๆ ตอนโต ว่า อ้าว กรูเคยไปทะเลแหวกด้วยหรอเนี่ย
4. อาจจะด้วยความเจนโลกของ หนูฟิวส์ จึงเป็นเด็กเจ้าเล่ห์แต่เด็ก ป้าเคยเล่าว่า เคยขับรถขึ้นฟุตบาทแล้วตำรวจเรียก จู่ๆ หนูฟิวส์ก็หลับซะงั้น ทั้งๆที่ยังนั่งคุยกันอยู่ พอตำรวจไปปุ๊บ ป้าถามว่ารู้เรื่องไหม หนูฟิวส์เลยบอกว่า รู้ แต่แกล้งหลับ กลัวตำรวจจับ ;P
5. ก่อนเข้าอนุบาล หนู ฟิวส์ได้ถูกส่งไปเข้าเนิสเซอรี่ ปัจจุบันได้ปิดตัวไปแล้ว และได้กลับไปเยี่ยมล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว คุณยายที่เลี้ยงมา เล่าให้ฟังว่า เราเป็นหัวโจกในกลุ่ม วันหนึ่งมีเด็กใหม่มา แล้วคุณยายไปให้ความสำคัญเด็กใหม่ ไอ้หนูฟิวส์คนนี้มันเดินไปผลักซะหงายหลังเลย.. แต่หลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกัน ซึ่งคุณยายเล่าให้ฟังแล้วพอจำชื่อได้สองคนคือ ครีมกับกวาง คุณยายบอกว่า กวางเคยเป็นแฟนเราในตอนโน้น และ กวาง ก็เพิ่งมาหาเมื่อไม่นาน กวางโตขึ้นน่ารักมาก ฟังแล้วทำให้เกิดไอเดียอยากเลี้ยงรุ่นเนิสเซอรี่เสียเหลือเกิน เผื่อเราจะได้กลับมาคบกันใหม่นะจ๊ะกวางที่รัก ฮ่าๆ
6. ที่เนิสเซอรี่คุณยาย ปัจจุบันกลายเป็นโรงเรียนสอนนวดแผนไทยที่ทำเป็นสไตล์บาหลี แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุยายยังปล่อยมันทิ้งไว้คือ รูปภาพขบวนรถไฟบนราง ลายไส้ขมุกขมัว พร้อมอักขระภาษาไทยกลับหัว ที่ัรังสรรค์ขึ้นโดยจิตกรชื่อหนูฟิวส์ ซึ่งคุณยายบอกว่าอยากเก็บไว้ดูเมื่อคิดถึง และยังคงคิดถึงเราเสมอ
7. คุณยายที่เนิสเซอรี่เล่าว่า หนูฟิวส์เกลียดการอาบน้ำมาก ร้องไห้งอแง ลงไปดิ้นพรวดพราด เป็นที่จับจ้องของเพื่อนๆในเนิสเซอรี่ที่เขายืนมองด้วยความสมเพสว่าเราเป็น เด็กสกปรก แต่เมื่อใดหยิบ เป็ดเหลือง มาบีบ ปี๊บๆๆ แล้ววางไว้ในน้ำ หนูฟิวส์จะเดินเข้าไปเล่นและยอมอาบน้ำทันที (รู้สึกว่าตัวเองใจง่ายเนอะ)
8. จำได้ว่าตอนอนุบาล เปลี่ยนโรงเรียนมาสองที่ ที่แรก คือ รร.โพฒิสาร แต่ด้วยความที่ ยังเด็ก(เทียบได้กับชั้นอนุบาล) แต่ถูกจับไปเรียน ป.1 จึงทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง แล้วโวยวายไม่อยากไปเรียน ที่บ้านจึงจับย้ายไปเข้า รร.อนุบาล แทน
9. ตอนจะเข้าเรียน รร.อนุบาล ต้องไปจับฉลาก ซึ่งตอนนั้นมีครูที่อยู่ข้างๆ เค้าบอกว่า ให้ล้วงกล่องไปทางนั้นทางนี้ จะได้เข้าเรียนได้ แต่ไม่รู้ยังไง จับไม่ได้ สุดท้าย ที่บ้านเลยต้องใช้เส้นเข้าเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลกันเลยทีเดียว
10. ถึงแม้จะย้ายโรงเรียน แต่มันก็ยังงอแง ไม่ยอมไปเรียนอยู่ดี ด้วยความที่ทำตัวกระแดะแต่เด็ก ครูสั่งอะไร ก็บ่นยากไปเสียหมด แล้วไม่อยากทำ ไม่อยากไปโดนครูตี จึงตัดปัญหาด้วยการงอแงไม่ไป ทุกเช้า จึงเป็นความลำบากของป๊ากับแม่มาก ที่ต้องลากมันไปเรียนให้ได้
11. ตอนเรียนประถม จำได้ว่าโดนเพื่อนแกล้งอยู่บ่อยๆ จำไม่ได้ว่ามันมาทำอะไร แต่แกล้งกลับ ด้วยการเอาข้าวสุกไปยัดกางเกงและบี้ให้มันเละๆ แต่ก็ไม่รู้ยังไงอีกเช่นกัน ถูกจับได้ เลยโดนเรียกที่บ้านมาพบ
12. ตอนประถมปลาย เริ่มนั่งรถสองแถวกลับบ้านเองได้ ก็จะนั่งกลับกับเพื่อนๆ แล้วชอบนั่งรถสายที่มันอ้อมโลก เพื่อจะได้เถลไถล ระหว่างทาง เวลาเจอร้านค้า หรือ ผู้คน จะตะโกนพร้อมกันทั้งรถว่า "สวัสดีคร้าบบบ" จากนั้นก็จะรีบมุดหัวลงไปซ่อน คนในร้านก็จะ งงๆ พอพักหลังเริ่มมีกระแสตอบรับบ้าง ก็จะตะโกนกลับมาว่า "สวัสดีจ้าา"
13. ตอน ป.5 มีเด็กใหม่เข้ามา ขาวน่ารัก เหมือนลูกครึ่ง ย้ายมาเรียนห้องเรา แถมนั่งข้างๆกันด้วย เลยสนิทกัน แล้วก็คบกัน คุยโทรศัพท์บ้าน กันทุกวัน วันละนานๆ ทำตัวแก่แดดแต่เด็ก พอเข้า ม.1 ก็อกหัก ร้องห่มร้องไห้กับป๊อปปี้เลิฟครั้งแรก
14. ตอน ป.5 อาโกวเปิดร้านขายคอมในพันทิพย์ เลยได้มีโอกาสเจอคอมพิวเตอร์ แล้วอยากได้ ที่บ้านก็เลยซื้อให้ ตอนนั้น เกือบๆ 4 หมื่น เป็น Intel Pentium 133MHz, RAM 8 MB, CD-Rom Creative, HDD 4 GB ที่บ้านซื้อให้เพราะอยากให้อยู่เล่นกับบ้าน ไม่ให้ออกไปเที่ยว แล้วก็เป็นตามที่เขาหวัง คือมันนั่งเล่นทั้งวันทั้งคืน และหลังจากนั้น ม2. ก็รู้จักอินเทอร์เน็ต และเริ่มชอบการเขียนเว็บ จนปัจจุบันได้กลายมาเป็นเว็บโปรแกรมเมอร์ ด้วยประการฉะนี้
15. ตอน ม.2 อยู่กลุ่มที่มีไอ้เพื่อนหล่อๆอยู่ เลยทำให้มีสาวๆรุ่นพี่ รู้จักเยอะ เป็นอันเริ่มต้นเปิดฉากมหกรรมม่อตังแต่นั้นมา
16. ตอน ม.4 มีรุ่นพี่ ม5. มาชอบ คบได้อยู่สองเดือนก็เลิก เพราะตัดสินใจว่า ตัวเองจะไปจีบรุ่นน้องคนหนึ่งที่เล่นยูโดด้วยกัน
17. เป็นคนชอบศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก เลยเริ่มเล่นยูโดตั้งแต่ ม.3 แต่ก็ชอบมีคนมาบอกว่าให้เราเตะให้ดูสิ๊ ต่อยให้ดูสิ๊ แล้วก็มักตอบกลับไปว่า นั่นมันเทควันโด ยูโดคือทุ่มคนต่างหาก
18. เพราะเรียนยูโดมาได้พอสมควร จึงมีโอกาสเป็นครูฝึกสอนรุ่นน้องคนหนึ่ง รุ่นน้องคนนั้นชื่อ ปุ้ย ตอนนั้นเธอมาเรียนพร้อมกับพี่สาว ผ่านไปปีกว่า ก็ตกลงเป็นแฟนกัน แต่ตอนนั้นก็เป้นแฟนทั้งๆ ที่ยังม่อๆ สาวอื่นอยู่
19. ตอนเป็นแฟนกับปุ้ย มา 5 ปี ทำให้ปุ้ยเสียใจบ่อยมากกกกกก ด้วยความม่อของตัวเอง เดี๋ยวรัก เดี๋ยวเลิก กันตลอด แล้วเราก็ชอบไปโทษด้วยว่าฝ่ายหญิงเป็นคนผิดทั้งที่เราผิด จนมาตอนหลัง เริ่มโตขึ้น ช่วงสองปีหลัง จึงไม่ค่อยทะเลาะกัน แต่ชอบงอลกันเรื่อง มื้อนี้จะกินอะไร วันนี้จะไปไหน วันนี้จะดูหนังเรื่องอะไร เพราะด้วยความที่ "อะไรก็ได้" ตามใจทั้งคู่ พอหลังจากเลิกกัน ก็เศร้ามากจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลา 3 ปี
20. ตลอดเวลาที่อยู่คนเดียวหลังจากเลิกกับปุ้ย ใช้เวลา 2 ปีแรก ปิดตัวเองและอยู่กับตนเองมาตลอด ใคร่ครวญถึงอดีต นั่งอ่านหนังสือธรรมะ เขียน blog ระบายความในใจ จนทำให้รู้สึกว่าตนเองผิดมาตลอด ที่ทำให้ผู้หญิงดีๆ คนหนึ่ง แถมเป็นแฟนเราด้วย ต้องเสียใจตลอดเวลา ด้วยความเอาแต่ใจของตนเอง ตั้งแต่นั้นมา มุมมองความรักก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่กับผู้หญิงอื่นเท่านั้น แต่หมายถึงกับความรักในครอบครัว เพื่อน หมา แมว
21. ด้วยความที่พอจะเข้าใจเรื่องของความรักมากขึ้น เลยทำให้กลายเป็น guru ความรัก ให้แก่เพื่อนๆ ที่อกหัก,มีรัก,มีปัญหากับแฟน ตลอดเวลา และยิ่งฟังปัญหา ยิ่งรู้สึกว่าคนส่วนมากมักหลงมากกว่ารัก
22. เริ่มต้นถ่ายรูปตอน ม4. ด้วยกล้อง Canon A70 เพราะตอนนั้นเป็น Freelance รับทำ Web จึงอ้อนแม่ซื้อกล้องไว้ถ่ายสถานที่และสินค้า จริงๆ อยากได้มาถ่ายเล่นมากกว่า ฮาๆ
23. หลังจาก A70 พัง ก็ไม่ได้ซื้อกล้องใหม่ จนเมื่อปี 2548 แม่รับปริญญา จึงอ้อนแม่ซื้อ DSLR ตัวแรก ตอนนั้น ซื้อ Olympus E-500 Lens ZD 17.5-45mm Kit (จริงตอนนั้น kit เป็น 14-45mm แต่ช่วงนั้นของขาดตลาด จึงซื้อมาได้เป็นของหิ้วที่ผลิตไว้ขายในยุโรป) ใช้มาปีกว่า ก็ขายทิ้ง แล้วเปลี่ยนมาใช้ Nikon D80 Lens 17-135 จนมาถึงปัจจุบัน
24. เป็นคนไม่ชอบการถ่ายภาพแบบมุมมองเดิมๆ เหมือนที่คนอื่นชอบถ่าย แต่ถ้าเจอกรณีหามุมไม่ได้ คิดไม่ออกก็จะถ่ายมุมพิมพ์นิยมนั่นแหละ แต่ก็จะไม่ค่อยกดถ่ายถ้าหามุมแปลกไม่ได้ เพราะรู้สึกว่า ถ้าถ่ายมุมมองเหมือนคนอื่น ก็ไปดูรูปคนอื่นเสียดีกว่า สวยกว่าที่เราถ่าย แต่ให้ภาพๆนั้น เก็บไว้ในความทรงจำของเราก็พอ
25. พิมพ์มาจนข้อสุดท้าย รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องเล่ามากกว่าเป้นข้อๆ เอาเป็นว่า ข้อนี้ไว้บอกก็แล้วกัน ว่ามีบล็อกไดอารี่ ส่วนตัว ที่เขียนเรื่องแนวๆนี้ อยู่ที่
http://ifew.exteen.com เผื่อไปอ่านแล้วคอเดียวกัน จะได้ทำความรู้จักมักจี่ไว้ ไม่เสียหายเนอะ
ไม่ขอ tag ต่อ ขี้เกียจ ฮ่าๆ
ที่มา:
http://ifew.multiply.com/journal/item/42/Tag_25_random_things_about_me