
สวัสดีพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนค่ะ อิงคิดอยู่นานว่าจะเขียน Blog Post ก็ได้แต่ว่าจะ ว่าจะ พอเวลาผ่านไปก็ละเลย
แต่พอไปเห็นไปอ่านที่พี่ๆ เขียน ก็อยากจะเขียนขึ้นมา แต่ก็ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเขียนอะไร
แต่เผลอไปบอกพี่จุ๋มว่าจะ ทำบ้าง แย้วพี่ๆ ไปอ่านเจอ แล้วบอกให้เขียน ก็นั่งคิดนอนคิดว่าจะเขียนอะไร ก็คิดไม่ออกซะที ยิ่งพี่สาวนาฏอยากอ่าน น้องสาวอิงก็ยิ่งคล้ายๆ จะแอบกดดันนิดๆ กลัวทำออกมาแล้ว ไม่เป็นที่ต้องตาโดนใจของพี่ๆ แต่ในเมือคิดจะทำแล้ว ก็จะทำล่ะ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ ว่า Blog Post ต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และน่าติดตาม มีสาระ แต่ของอิงมิรู้จะมีอะไรบ้างอ๊ะเปล่า เง้อ...แล้วจะมีซักกี่คนนะ ที่จะมาทนนั่งอ่านของเราจนจบ หุหุ...คิดแล้วเศร้า มิมีภาพประกอบ เอาภาพตัวเองแระกัน

ไม่มีเรื่องอะไร ก็เอามันเรื่องไกล้ตัวนี่แหละว๊า แหะ แหะ แต่เป็นเรื่องไกล้ตัวเมื่อในอดีตนะคะ ไม่ถึงกับอดีตชาติหรอกค่ะ
อดีตวันวานอันแสนหวาน ในความรู้สึกของเราตราบเท่าทุกวันนี้ แม้เรื่องราวอาจจะไม่น่าสนใจ ไม่กระทัดรัดได้ใจความ หรืออาจจะทำให้คนอ่านเกิดความรู้สึกเบื่อกลางคันแต่อิงก็จะนำเสนอค่ะ ไม่สนแระทีนี้ อิอิ

ร่ายมาก็ยาวแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
อิงจะมาเล่าเรื่องราวทั่วๆไปของอิงในอดีต และความเป็นไปให้หลายๆ คนได้คลายสงสัย ว่าเพราะอะไร อิงถึงชอบฟังเพลงเก่าๆ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเพื่อนหลายคนสงสัยและถามกันเข้ามา ก็ได้แต่ตอบไปอย่างข้างๆ คูๆ ว่าชอบและมีความสุขที่ได้ฟัง แค่นั้นเอง
คืออยากจะบอกว่า เพลงใหม่อิงก็ฟังได้ค่ะ ที่เพราะๆ ก็มีมากมาย แต่เมื่ออยู่คนเดียว อิงจะฟังแต่เพลงเก่าค่ะ เพราะจะรู้สึกว่ามีความสุขมาก ได้ตอกย้ำถึงอดีตได้แสนดี อิงเป็นคนที่ค่อนข้างยึดติดกับอดีตค่ะ ยิ่งมาอยู่ไกลบ้านไกลเมือง ก่อนนอน ไม่มีคืนใหน ที่อิงจะไม่นึกถึงอดีตสมัยอยู่บ้านเรา นึกไปเรื่อยเปื่อย ตั้งแต่จำความได้เลยมั้งคะ อิอิ ก็ด้วยเหตุนี้แหละค่ะ บ้านอิงแต่ละหลัง ก็เลยจะหนักไปทางเพลงเก่าซะมากกว่า เพราะคิดว่า เพลงใหม่ ถ้าเราอยากฟังบ้างเป็นบางเวลา เราก็ไปฟังตามบ้านเพื่อนๆ ก็ได้ แต่เพลงเก่า ที่เราฟังครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักเบื่อ เราก็ควรจะเก็บมาไว้ฟังที่บ้านเรา เท่าที่จะหามาได้ค่ะ แต่การฟังเพลงของอิง ก็คือฟังจริงๆ ค่ะ ไม่ค่อยจะมีความรู้ เกี่ยวกับศิลปินสักเท่าไหร่ บางเพลงชอบมาก แต่คนร้องเป็นใครยังไม่รู้จักเลยก็มีค่ะ แย่จัง...

สาเหตุที่อิงชอบฟังเพลงเก่า (เก่าในที่นี้หมายถึง เพลงที่อิงเคยได้ฟังในวัยเด็กนะคะ) อิงว่าน่าจะมาจาก ความชอบส่วนตัวด้วย สิ่งแวดล้อมด้วย และการดำเนินชีวิตประจำวันในวัยเด็กของอิงด้วย ครอบครัวอิง มีอาชีพทำนาเป็นหลักค่ะ อาชีพรองก็คือ ต้มเหล้าเถื่อนขาย ด้วยอาชีพของทางบ้าน อิงจึงค่อนข้างผูกพัน
ธ์กะท้องไร่ท้องนา และมีลุงๆ น้าๆ ที่แต่ละคนก็ชอบฟังเพลงกันทั้งนั้น เพลงที่ฟัง ก็จะไม่หนีไปจากท้องไร่ท้องนา จะเกี่ยวพันธ์กะชีวิตประจำวัน ก็เลยเป็นผลทำให้หลานอิง ซึมซับเข้าไปด้วย และรู้สึกจะซึมซับได้มากเลยทีเดียว ฟังแล้วก็อินไปกะเพลงด้วย จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังคงเป็นอยู่เหมือนเดิม มิแปรเปลี่ยน หน้านาทีไร ไม่ว่าจะปลูกนา หรือเกี่ยวข้าว พอเสร็จจากนา (สมัยก่อนเพื่อนบ้านจะมาช่วยกัน วนเวียนเปลี่ยนกันไป)ทุกคนก็จะมานั่งล้อมวงกินข้าวกันที่บ้านสิบกว่าคนได้มั้ง (อิงชอบไปปีนต้นไม้ใหญ่ รอการเลิกจากนาของพี่ป้าน้าอา) แต่บางคนก็รีบกลับไปอาบน้ำอาบท่า แล้วมากินก็มี พอกินข้าวอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็มาร่ำสุรากันเลยละทีนี้ ยาวเลย เด็กหญิงอิงนี่ชอบมาก มานั่งแจมกะเค้าด้วย หรือไม่ก็จะเดินด้อมๆ มองๆ อยู่แถวนั้น(ไม่ได้มานั่งก๊งเหล้ากะเค้านะคะ) จ้องจะหยิบตั๊กแตน บางทีก็ตั้งท่าค้าง จะหยิบจะหยิบก็โดนปัดมือมั่ง เพราะเขมือบไปซะหลายสิบตัวแล้ว 55++ สุราได้ที่ก็เริ่มร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ก็หนีไม่พ้น เพลงลูกทุ่งแหละค่ะ สายัญ ศรเพชร ยอดรัก สุรพล และตามติดมาอีกหลายๆ ศิลปิน บางทีป้าๆ น้าๆ ลุงๆ คิดเพลงกันไม่ออก หลานอิงนี่แหละค่ะ ที่ขึ้นต้นเพลงขึ้นมา แล้วพอเค้าร้องตาม มันรู้สึกถึงความภาคภูมิใจซะเหลือเกิ๊น ก็ร้องตามเค้าไปจนดึกดื่นค่อนคืน ถึงได้เลิกรากันไป นอนหลับสบายอุรา

แม้เสร็จจากหน้านาในชีวิตประจำวัน กินข้าวเช้าเสร็จทำอะไรเสร็จ สายๆหน่อย ลุงก็จะไปนั่งจักตอก ใต้ต้นฉำฉา (คนบางกอกเค้าเรียกต้นไรไม่รู้) เพื่อนบ้านไกล้เคียงก็จะมานั่งรวมด้วย ผู้ชายก็สานกระบุงบ้าง ถักแหบ้าง ผู้หญิงก็นั่งถักยอกัน ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ อิงก็จะไปนั่งเล่นอยู่แถวนั้นแหละ ไม่ค่อยจะมีเพื่อนเล่นด้วย สมัยนั้นบ้านอิงยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เพื่อนๆ ไปเลี้ยงควายกันหมด ส่วนอิงไปใหนไม่ได้ ตาไม่ให้ไป เคยแอบไปหลายครั้งแล้ว ตามเพื่อนไป โดนตาเอาแซ่มะพร้าวไปตามฟาดถึงกลางทุ่งนา ตอนนั้นอายเพื่อนๆ มาก โดนหลายครั้งก็เลยเข็ด ก็เลยวนๆ เวียนอยู่กะลุงๆ นี่แหละ ลุงก็เอาวิทยุมาเปิด ฟังละครบ้าง เพลงบ้าง ข่าวบ้าง แต่จะหนักไปทางเพลงซะมากกว่า อิงก็จะร้องตามบ้างอะไรบ้าง แล้วอีกสาเหตุหนึ่งที่ชอบเพลงลูกทุ่ง เพราะเพื่อนอิงคนหนึ่ง ร้องเพลงได้เพราะมาก
ทหารบกพ่ายรัก นี่ร้องได้เพราะจับใจ เพลงของพุ่มพวงอีกหลายเพลง ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจให้อิงชอบร้องเพลง พยายามจะร้องให้ได้เหมือนเค้า ร้องเท่าไหร่ก็ไม่เพราะเหมือนเค้า ก็จะร้องๆๆ อยู่นั่นแหละ

เวลาโรงเรียนจัดงานวันเด็ก หรือมีงานอะไร ก็จะมีประกวดร้องเพลง เพื่อชิง สมุดดินสอ สบู่ แปรงสีฟัน มาม่า หรืออะไรต่อมิอะไร อิงก็เป็นคนหนึ่งที่เข้าประกวดด้วย ตอนนั้นร้องเพลง
หัวใจถวายวัด อะ อิอิ พูดแล้วเขิล ก็มันไม่ค่อยจะมีเพลงเด็กๆ นี่คะ ตอนนั้นยังเล็กอยู่เลย อยู่กะผู้ใหญ่ ก็เลยได้มาแต่เพลงผู้ใหญ่ ผลการประกวดแพ้เพื่อน ที่ร้องเพลงหลานย่าโม แต่ก็ยังภูมิใจ ที่ได้มาม่ามาครอง สมัยนั้นมาม่า ตามบ้านนอกของอิง ไม่ใช่จะหากินได้ง่ายๆ นะคะ ไฮโซเลยแหละ ใครได้กินมาม่าน่ะ ขอบอก

ตัดมาตอนปิดเทอมบ้างดีกว่า ปิดเทอม อิงไปอยู่กับแม่ที่สมุทรปราการ แม่แต่งงานใหม่ กับไต๋ก๋งเรือ แล้วเปิดร้านอาหาร นี่แหละ ความสุขที่อิงตามหามาตลอด คือได้อยู่กับแม่ ได้อยู่กับแม่จริงๆ เพราะสามีของแม่ลงเรือ นานๆ จะกลับมาที อิงก็ได้อยู่กับแม่ ได้ครองแม่เพียงคนเดียว แต่ถึงแม้สามีแม่จะอยู่ เค้าก็ดีกะอิงมากค่ะ เหมือนอิงเป็นลูกแท้ๆ ของเค้าเลย แม่เปิดร้านอาหาร ขายอาหาร ขายเหล้า ทั้งกลางวันกลางคืน ในร้านก็มีตู้เพลง สมัยนั้น เพลง
ไอ้หนุ่มตู้เพลงนี่ดังมาก มีคนเปิดฟังวันละหลายสิบรอบเลยทีเดียว อิงก็จะร้องได้ และชอบมาก ก็ไปช่วยแม่เสิร์ฟบ้าง ทำก๊อกๆ แก๊กๆ เล่นกะพี่ๆเด็กเสิร์ฟบ้าง อีกเพลงที่อิงชอบในตอนนั้นก็คือเพลง อย่าลืมตัว ที่สายัญร้อง เพราะมาก และคิดว่าแม่เองก็ชอบมากเหมือนกัน เพราะเวลาไม่มีลูกค้า แม่ก็จะเปิดเองเลย แต่ตอนกลางคืนเวลาจะนอน แม่จะร้องเพลงอัดเทปไว้ และมีอยู่ตลับนึงที่แม่ร้องแล้วอิงชอบมาก เพราะเสียงแม่หวานจังเลย ในความรู้สึกของเรา เศร้าๆ ไงไม่รู้ ฟังแล้วได้อารมณ์มาก นี่คือความรู้สึกตอนโตที่ได้เปิดฟัง แม่ร้องเพลง
หนีรัก ได้เศร้าจับใจ เหมือนแม่จะบอกกลายๆ ว่าหนีใครมา หรือแม่ร้องเพลงนี้ เพราะหนีพ่อ เง้อ...ไม่เอาดีกว่า เล่าแล้วเดี๋ยวมีน้ำตา งิงิ และที่แม่ร้องไว้แล้วรู้สึกเพราะจับใจก็คือเพลงบาร์หัวใจ และ
บัญชารัก อิงแปลกใจ เหล้าเบียร์แม่ก็ไม่ดื่ม แต่ร้องเพลงดื่มเบียร์ได้ซะเมาปลิ้นเลย เอิ๊ก เอิ๊กก (แม้บ้านเราจะมีอาชีพรอง คือต้มเหล้าเถื่อนขาย แต่แปลกจัง แม่และลุงดื่มเหล้าไม่เป็น งิงิ) ตอนแม่อยู่สมุทรปราการ ชอบไปเที่ยวฟาร์มจรเข้มาก แม่อยู่ท้ายบ้าน ไม่ไกลเลย ใครไปใครมาเยี่ยมแม่ อิงเป็นไกด์พาเที่ยวทุกครั้งเลย

โตขึ้นมาอีกหน่อย แม่ย้ายไปอยู่บางกอก ปิดเทอมอิงก็ไปอยู่กะแม่ แม่ก็จะเปิดแต่เพลงชุด
ไฟสุมทรวง ฟังทุกคืนเลย อิงก็ได้ตรงนี้มา และทุกครั้งที่มาหาแม่ แม่จะพาไปเที่ยวทะเลบางแสน อิงมาจากบ้านนอกกะยาย กะป้า แม่เลยเหมารถกะบะลุงข้างบ้าน พาไปเที่ยวบางแสน ตลอดการเดินทาง แม่เอาเทปที่พกมาด้วย ให้คนขับเปิดไปตลอดทาง หนีไม่พ้น เพลงลูกกรุงกะลูกทุ่งค่ะ อิอิ ยายไม่ยอมนั่งหน้า อิงเลยได้นั่งฟังเพลงกะแม่ สบายใจเฉิบ ไปค้างที่บังกะโลแสนสุข หนึ่งคืน ไปกันเต็มคันรถเลย เพื่อนแม่ด้วย ตอนกลางวันไปเที่ยวสวนนงนุชก่อน แล้วแวะซื้ออาหารทะเลที่ตลาดหนองมน ข้าวหลาม และลูกตาลที่อิงชอบ ตอนเย็นเด็กๆอย่างอิงและลูกๆ ของเพื่อนแม่ ก็เล่นน้ำกันไป ส่วนผู้ใหญ่ก็ทำอาหารรอ ได้เวลาอาหาร อาบน้ำมานั่งหม่ำด้วยกันพร้อมหน้า ช่างมีความสุขเหลือแสน อิงได้ไปเที่ยงบางแสนทุกครั้งที่ได้ไปเที่ยวหาแม่ที่บางกอก มันเลยทำให้อิงรู้สึกฝังใจ และรักทะเลบางแสนมาก ถึงแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน ชายหาดทะเลมีความเปลี่ยนแปลงไปเยอะ มีทะเลอื่นๆ มากมายที่สวยงามที่อิงเคยไป แต่อิงก็ยังรักทะเลบางแสนที่สุดในเมืองไทย อิอิ

ความจริงมีเรื่องราว ในวัยเด็กอีกเยอะ ที่ทำให้อิงผูกพันธ์กับเพลงลูกทุ่ง แต่ถ้าจะเล่า สามวันสามคืนคงไม่จบ เอาเป็นว่า ไม่ว่าอิงจะไปทางใหน ก็จะมีแต่เพลงลูกทุ่ง สตริงลุงก็ไม่ค่อยจะเปิดให้ฟัง ไหลหาแต่คลื่นเพลงลูกทุ่งกะละคร สมัยก่อนบ้านนอกก็มีไม่กี่คลื่น

เข้าเรียนมัธยม ได้อยู่กะเพื่อนๆ ได้เที่ยวงานวัด เพลงสตริงก็เลยเข้ามามีบทบาทในชีวิตอิง เพราะงานวัดสมัยที่อิงเป็นเด็ก จะมีรำวง ก่อนหน้านั้นอิงไม่เคยเที่ยวงานตอนกลางคืนเลย แต่พอที่วัดบ้านอิงมีงาน และมีรำวง ก็ได้เที่ยวนับแต่นั้นมา บ้านใหนมีงานก็ตามลุงไปด้วย เพราะติดใจรำวงเสียแล้ว ตอนแรกก็ไม่กล้าขึ้นหรอก แต่เหมือนสนุกๆ กะพี่น้องหมู่บ้านเดียวกัน นับจากนั้นมาก็เลยติดใจ เวลามีงานที่ใหนอิงไม่ค่อยจะพลาดเลย งานตามบ้านนอกนะ ในเมืองไม่ไป ถ้าลุงไม่ให้ไปด้วย ก็จะไปกะรถอีแต๋น สมัยนั้นฮิตมาก เต็มคันรถเลย มีอยู่ครั้งนึง เมื่อนึกถึงทีไร เป็นได้อมยิ้ม เพราะขำตัวเองทุกที ตอนนั้นแม่กลับบ้าน อิงไม่สบาย หัวค่ำนอนซมให้แม่ป้อนข้าว (มัธยมแล้วนะเนี่ย อิอิ) แม่ก็ป้อนข้าวไป อิงก็นอนน้ำตาคลอเบ้า อ้อนแม่ แต่พอได้ยินเสียงรถอีแต๋นมาจอดหน้าบ้าน ดีดแตร ปี๊น..ปี๊น พร้อมกับเสียงตะโกนออกมาว่า ไปเที่ยวงานบ้านหนองควายมั้ย เท่านั้นแหละ อิงเหมือนหายเป็นปลิดทิ้งเลย ลุกขึ้น ตะโกนกลับไปบอกให้รอก่อน เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แม่กะยายไม่ยอมให้ไป บอกเป็นไข้จะไปได้ไง อิงก็บอกหายแล้ว พร้อมกับกระโดดโลดเต้นให้ดู สุดท้ายก็ได้ไปกะเค้าจนได้ 555++ ไปถึงกินโน่น เที่ยวนี่เสร็จ ก็จะแอบขึ้นรำวงกะเพื่อนๆ ต้องบอกว่า แอบ เพราะถ้าครูไปเจอ มีหวังโดนไม้เรียวแน่ สมัยนั้น เพลง
สามพี่น้อง นี่ดังมาก ไม่แน่ใจว่าเป็นเพลงของประเทศใหน จรเข้ร็อคก็ดังมาก เพลงสตริงไทยก็มีเยอะแล้วนะตอนนั้น แอบคิดถึงเธอห่างๆ ของวงชาย เพลงบ้านตรงข้ามของก้อย พรพิมล เพลง ฉันอยากจะตายเพราะเธอว่ะ ขนาดเพลงบิ๊กเสี่ยวอีสาน เนื้อเพลงเล่าถึงความแห้งแล้งของอีสาน พวกเราก็ยังเต้นกันได้ เต้นกันดีด้วยฟามสนุกสนาน 555

ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ค่ะ