email:
password:
remember:
login
Spotlight
Discover
Browse
what's new
messages
create
upload
edit profile
account
invite
Music
Playlists
Videos
Groups
People
Blogs
MOD MOD
We keep our first love for a long time If we do not get a second.
Profile
Playlists
Music
Blog
Friends
Groups
About
Description
The only way you can know where the line is,is if you cross it.
Basic
gender
Male
relationship
Single
Contact
MSN
Tapakorn_pca4763@hotmail.com
Network
city
BK
state/country
TH
Media Tracker
MODMOD
5 hours ago
Sepultura
3 days ago
Yomdao ( Thai Buddha sermon)
3 days ago
( Smooth Jass) Greg Adams
3 days ago
MOD123
10 days ago
à¾Å§¾ÔàÈÉ ãËéáÁè - ÍÔèÁÍØè¹-´. ¡ª¡Ã ÊÁºÙóҹ¹·ì
12 days ago
~BEST SELECTED OF ME~(2009)
12 days ago
Why u leave to me T_T n Guess to fallin'
6 weeks ago
ทุกสิ่งมีความหมายเมื่อฉันมีเธอ - เธอทำให้ฉันคิดถึงแต่เธอ
7 weeks ago
RECCOMMENT
7 weeks ago
Music
order by:
date
|
name
Track No03.mp3
Track No02.mp3
Track No05.mp3
Track No04.mp3
ÍÔèÁÍØè¹-´. ¡ª¡Ã ÊÁºÙóҹ¹·ì - à¾Å§¾ÔàÈÉ ãËéáÁè
แต่งเพื่ออะไร.mp3
ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร.mp3
แต่งเพื่ออะไร.mp3
จิตผู้ที่มีบุญ.mp3
เธอคิดเหมือนฉันรึเปล่า - Ten Teerapak
1
2
3
4
5
6
7
...
Next
Music Playlists
order by:
date
|
name
MOD123
MODMOD
Featured Music Playlist
To listen to music and watch video on imeem, you'll need at least Macromedia Flash Player 9 and JavaScript enabled in your browser.
To access the QuickMix feature, you must first disable your pop-up blocker or add imeem.com to your pop-up "safe" list.
Blog Posts
หลักการถือศีล ๕ ให้ครบ
Category:
think
Posted: Sep 07, 2009 at 8:10 AM
หลักการถือศีล ๕ ให้ครบ
ใครรักษาศีล ศีลก็จะรักษาคนผู้นั้นให้ปลอดภัยมีความเจริญ กั้นอำนาจกรรมเก่า
ที่จะมาบั่นทอนชีวิต ขั้นตอนในการรักษาศีลให้มีความบริสุทธิ์ก็เปรียบเสมือนกับ
เสื้อผ้าที่สะอาดไม่มีรอยด่างพร้อยของสีอื่นๆ
แม่ชีทศพรบอกว่าคนเรามักจะชอบคุยเรื่องของคนอื่น มนุษย์ชอบพูดถึงบุคคล
ที่ 3 ถ้าลูกน้อง 2 คนคุยกัน ก็จะคุยถึงเจ้านาย การคุยเรื่องคนอื่นก็หนีไม่พ้นเรื่อง
ของศีลข้อที่ 2 บางคนจะมีรหัสกรรมเด่นคือนิสัยชอบพูดคุยนินทาคนอื่นไม่หยุดปาก
ทำอย่างไรก็แก้ยาก แม้จะเข้าวัดมาปฏิบัติธรรมพยายามรักษาศีลข้อที่ 2 โดยไม่
ไปโกหกใคร แต่ทว่าเราก็ยังอดนินทาให้ร้ายบุคลที่ 3 ไม่ได้ ก็ถือว่าทำให้ศีลข้อ
ที่ 2 มีมลทิน ด่างพร้อย แทนที่เราจะได้อานิสงส์ของการรักษาศีลข้อที่ 2 การว่า
ร้ายผู้อื่นทำให้จิตใจเราขาดเมตตา เพราะขณะที่นินทาผู้อื่นอยู่นั้นจิตใจของเรามี
ความสนุกสะใจสนุกสนาน ในการนินทาทุกครั้งมักจะมีความขยายความเพิ่มเติม
จากข้อมูลข่าวสารที่เราได้ยินมาจากที่อื่นการเพิ่มเติมข่าวสารเข้าไปโดยที่เราไม่ได้
รู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นการเพิ่มเติมข้อมูลข่าวสารการให้ร้ายคนอื่นโดยตัวเรา
เองเข้าข่ายการมุสาหรือปั้นน้ำเป็นตัวโดยที่เราเองไม่ทันรู้ตัว
ในขณะที่”จิตใจ” ของเราที่เมามันกับการว่าร้ายนินทาผู้อื่นนั้น มันยึดเอา”ตัวเรา
และคำพูดของเรา” ที่ประกอบไปด้วยรูปร่างหน้าตาของเราที่แสดงออก บุคลิกของ
เราในขณะนินทา อารมณ์ที่คลุกเคล้าเข้าประทับในจิตนี้กลายเป็นตอกย้ำรหัสกรรม
เดิมของตนเองมากขึ้นจนยากที่จะถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้นได้ แถมตนเองยัง
สร้าง “เจ้ากรรมคนใหม่” เกิดขึ้นรายวันอีกด้วย
การรักษาศีลให้ได้นิสงส์อันประเสริฐบริบูรณ์จะต้องไม่ทำให้ศีลขาด หลักการที่
ถือว่าศีลขาดนั้น มี 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ
1.ศีลขาด หมายถึงการตั้งใจผิดศีลและทำให้ศีลนั้นขาดโดยสมบูรณืทั้งกาย วาจา ใจ
เช่นการคิดฆ่าสัตว์ แต่สัตว์นั้นยังไม่ตาย มีความพยายามวางแผน กระทำการฆ่าให้
สำเร็จลง เรียกว่า ศีลขาด
2.ศีลทะลุ หมายถึงพยายามฆ่าแต่ไม่สำเร็จเปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่เป็นรูก็ยังดีกว่า
เสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้
3.ศีลพร้อย หมายถึงไม่ได้ตั้งใจทำแต่ให้สัตว์เดือดร้อน เรียกว่าศีลพร้อย คนโบราณ
เปรียบศีลดั่งเสื้อผ้า มีรอยกระดำกระด่าง เสื้อผ้าที่ใส่ไม่ขาวสะอาด
แม่ชีทศพรเล่าให้ฟังว่า มีโยมผู้ชายที่เป็นข้าราชการ พอได้ยินเสียงแม่ชีอธิบายถึง
ความงดงามอันอัศจรรย์ของศีลว่าสามารถแก้รหัสกรรมบางอย่างและดัดนิสัยของคน
ให้ค่อยๆเข้าเส้นทางธรรมได้อย่างไร โยมผู้ชายคนนนี้ถึงกับร้องว่า”โอ้ . . . ผมไม่
กล้าที่จะทำอะไร”พอแม่ชีทศพรได้ยินก็ค่อยอธิบายด้วยความใจดีว่า ทุกเรื่องราว
ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป อย่าทำให้การปฏิบัติธรรม รักษาศีลเป็นเรื่องเคร่งเครียด ขอ
ให้ทำแบบสบายๆ ค่อยๆปรับนิสัย รับศีล 5 ไปก่อน จากนั้นค่อยๆ โน้มนำจิตใจให้อ่อน
ลงสู่ธรรมได้เองในเวลาต่อมา
permalink
|
0 comments
ศีล5ละเอียดอ่อนกว่าที่คิด ศีลข้อที่ 1
Category:
think
Posted: Sep 07, 2009 at 8:07 AM
ศีล ๕ ละเอียดอ่อนกว่าที่คิด
“วันนี้โยมรับศีล ๕ รึยัง ถ้ายังก็ให้อาราธนาศีล ๕ ถ้าอยู่ที่วัดก็สามารถรับกับ
พระภิกษุสงฆ์ แต่ถ้าอยู่ที่บ้านโยมก็รักษาศีล ๕ เองก็ได้นะ ให้อาราธนาศีล ๕
เองในใจ วันนี้เราจะตั้งใจรักษาศีล” แม่ทศพรมักจะให้คำแนะนำ ทุกๆคนเวลาคนเหล่า
นี้เข้ามาหาเพื่อปรึกษาข้อปฏิบัติธรรม ศีล 5 จะได้เป็นเสมือนรั้วคอยป้องกันเราให้หลีก
ไกลจากอันตรายอานิสงส์ของการรักษาศีล5 ที่เป็นศีลของฆราวาส ถ้าสามารถรักษา
ได้อย่างครบถ้วนไม่ด่างพร้อย ก็ทำให้บุคคลผู้นั้นถึงพระอรหันต์ได้ในชาตินี้
ศีล5 จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก...น้อย แต่เป็นเรื่องใหญ่...กว่าที่คิด
ศีลข้อที่ 1 อย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกัน
เดี๋ยวนี้เวลาคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะแม่บ้านยุคนี้พอได้ เวลาเข้าครัวทำอาหารให้สมาชิก
ในบ้านรับประทานก็เดินทางไปหาซื้อข้าว ปลา เนื้อสัตว์และพืชผักในห้างสรรพสินค้า
มากกว่าการไปจ่ายของที่ตลาดสด ภายให้ห้างสรรพสินค้าก็จะตระเตรียมเนื้อสัตว์ทุก
ประเภทไว้ให้พร้อมตั้งแต่เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ กุ้ง ปลา ปู ฯลฯ แม่บ้านสามารถซื้อเนื้อ
สัตว์กลับเอามาเตรียมทำกับอาหารได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งวิถีชีวิตแบบนี้แตกต่างไป
จากชาวบ้านในอดีตที่บางบ้านจะต้องลงมือฆ่ากุ้ง หอย ปู ปลา รวมถึงเป็ดไก่แทบทุกวัน
เพื่อใช้เป็นอาหารให้คนในครอบครัว ครั้นพอถึงวันโกน วันพระ บรรดาชาวบ้านก็จะหอบ
ลูกจูงหลานไปเข้าวัดฟังธรรมรับศีล 5 จากหลวงปู่หลวงตาที่วัดประจำหมู่บ้าน ในวันนี้
เองก็จะงดการฆ่าสัตว์ทั้งปวง
แม่ชีทศพรกล่าวไว้ว่าคนในยุคนี้ส่วนใหญ่ในสังคมเป็นสุจริตชนจึงแทบไม่ได้ฆ่าสัตว์
มาประกอบอาหารและแน่นอนว่าจะไม่ผิดศีลข้อที่ 1 ด้วยการฆ่ามนุษย์ทำให้สามารถ
รักษาศีลข้อที่ 1 ไว้ได้ แต่องค์ประกอบของศีลข้อ 1 ไม่ใช่มีความหมายแค่
“การห้ามฆ่าสัตว์ทุกประเภท” เพียงอย่างเดียว ความหมายในเชิงลึกของศีลข้อที่ 1
คือ ห้ามทำการสิ่งใดทั้งทางกาย วาจาและใจ ในการเบียดเบียนผู้อื่น สัตว์อื่นให้เดือดร้อน
การที่เราไม่ได้ฆ่ายุง ไม่ได้ฆ่าแมลง แต่ทุกๆวันเราเบียดเบียนผู้อื่นทางการกระทำ
ใช้วาจาเชือดเฉือนให้ตายทั้งเป็นเจ็บปวดหัวใจ ทำให้เขาเสื่อมเสีย ทำให้เขาทุกข์ร้อน
นี่ก็ถือว่ากรรม ทำให้เขาได้รับความทุกข์เป็นการเบียดเบียนด้วยการกระทำ เป็นเรื่องที่
เห็นกันเป็นปกติในชีวิตประจำวันที่พบเห็นอยู่ในครอบครัว ที่ทำงาน เช่น พ่อกับแม่เคย
ทำปู่กับย่าเอาไว้ พอมาถึงลูก ลูกก็ทำกับพ่อกับแม่บ้าง การพูดจาถากถางกันการทำ
แบบนี้เรียกว่าผิดศีลข้อที่ 1 เพราะเป็นการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน แม้จะไม่ได้เอา
ไม้ไปตีให้เจ็บ แต่ก็พูดให้เจ็บใจแบบนี้ตายทั้งเป็น หรือแม้แต่เราไปใช้หรือจ้างวานให้
คนอื่นไปทำร้าย หรือฆ่าผู้อื่นตามคำสั่งเราก็เป็นการผิดศีลข้อที่ ๑ เช่นกัน
กรรมของคนอยากดัง..ให้ร้ายป้ายสี
เด็กนักเรียนหยิบหนังสือการ์ตูนบนแผงหนังสือมาเปิดอ่าน ส่วนผู้หญิงข้าง ๆ ก็หยิบ
นิยายรักวัยรุ่นขึ้นมาดูเล็กน้อยก่อนที่จะจ่ายเงินให้กับเจ้าของ ขณะที่คนอื่น ๆ ก็สาละวนดู
หนังสือบนแผงไปตามความสนใจของตนเอง ทุกวันนี้มีนิตยสาร หนังสือพิมพ์ข่าว บันเทิง
เศรษฐกิจ ตลาดหุ้น นิยาย การ์ตูน ฯลฯ มากมายในท้องตลาด เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมา
เองบ้าง สร้างจากจินตนาการบ้าง เขียนจากข้อเท็จจริงบ้าง บางเล่มก็เป็นโลกีย์ล้วน ๆ
แฉสันดานดิบของมนุษย์
ทุกวันนี้สังคมมนุษย์กลายเป็นสังคมที่เสพข่าวสารและข้อมูลจำนวนมาก ข้อมูลข่าว
สารดังกล่าวบางทีก็สร้างพิษร้ายในใจของคน บางครั้งเพื่อความอยากเด่นอยากดังก็มี
การสร้างข่าวใส่สีโจมตีผู้อื่นเพื่อขายข่าว ขายหนังสือ ซึ่งมีผลให้ผู้เสียหายได้รับความ
เดือดร้อนทั้งทางตรงและทางอ้อม คนบางคนก็เล่นงานคนอื่นด้วยการเขียนบัตรสนเท่ห์
ซึ่งลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายผิดศีลข้อที่ ๑ เบียดเบียนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน
แม้จะไม่ได้ฆ่าให้ตาย แต่ก็ทำให้ตายทั้งเป็น
แม่ชีทศพร กล่าวตักเตือนว่าต่อให้เราเกลียดใคร ไม่ชอบใคร อิจฉาริษยาใครก็ตาม
ก็อย่าไปทำร้ายคนอื่นเด็ดขาดโดยอธิบายว่า “โยมอย่าเขียนบัตรสนเท่ห์ไปทำร้ายคน
อื่นเลย อย่าเขียนหนังสือกลั่นแกล้งคนอื่น ลำพังเพียงแค่โยมไม่ชอบขี้หน้าเขาไม่ว่า
จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม แล้วเก็บเอาอารมณ์มาครุ่นคิด อยากแก้แค้น มันก็กลายเป็น
ไฟเผาในใจให้ร้อนรน มันทุกข์ เป็นอกุศลจิต”
แต่นับว่ายังเป็นเพียงอาการที่เกิดขึ้นในใจที่โยมยังไม่ได้ลงมือกระทำออกด้วยกาย
ทันทีที่เราหยิบปากกาเขียนหนังสือหรืออักษรขึ้นมา มันแปรความคิดเป็นการกระทำ
พลังงานของจิตมันเปลี่ยนเป็นการกระทำ ตรงนี้ให้ผลมากและยิ่งถ้าเราได้ส่งข้อความ
นี้ออกไปให้บุคคลที่สามได้อ่านหรือออกสู่สาธารณชน มันคือการลงมือพยายามเพื่อ
ให้ผลของอกุศลกรรมบรรลุเป้าหมายมีผู้เสียหายเกิดขึ้น ซึ่งผู้เสียหายก็คือเจ้าหนี้ของเรา
และเราก็มีกรรมที่เป็นอกุศลจิตที่เราเพียรสร้างเองผูกทบเข้าไปในดวงจิตอีกปม มันก็
เลยซับซ้อนกันแบบนี้
แม่ชีทศพร กล่าวว่า เราจะทำอะไรก็ตาม เราจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำ
เช่นเราเขียนหนังสือ เราก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราเขียน งานเขียนของเราจะต้อง
ไม่ไปทำร้ายใครให้เดือดร้อน ในบางกรณีที่ใครก็ตามเขียนหนังสือขึ้นมาขายโดย
เอาเรื่องคนอื่นมาเขียนให้ได้รับความเสียหาย โดยไม่มีมูลความจริง เช่น ข่าวสังคม
ข่าวดารา ข่าวลือ หนังสือโจมตีด่ากัน ใบปลิวโจมตีงานหรือบุคคลอื่น ๆ แล้วทำให้
เขาคนนั้นได้รับความเสียหาย ทำให้ถูกตราหน้าจากสังคมทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นความจริง
ตามข่าว และที่ร้ายไปกว่านั้น ทำให้เขาตกงานหรือหางานทำไม่ได้ เขาเดือดร้อนคน
เดียวก็เป็นบาปพอแล้วแต่ถ้าเขาคือหัวหน้าครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายชีวิต
ก็ยิ่งบาปเพิ่มขึ้นอีก และถ้าคนที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีเป็นคนดีมีศีลธรรม เป็นคนที่สร้าง
คุณูปการให้กับสังคมก็ยิ่งเพิ่มความหนักของกรรมเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง
ขอให้ลองสังเกตดูสังคมเดี๋ยวนี้หนังสือทางโลกที่วางขายกันเกลื่อนตลาด
มีหลากหลายประเภท หนังสือเหล่านี้สามารถที่จะพิมพ์และวางขายกันได้อย่างเสรี
ในขณะเดียวกันอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสอนให้คนทำความดี สอนความ
รักความเมตตาให้เกิดขึ้นในสังคมโดยมีหลักศาสนาเข้ามาผูกพันโดยมุ่งหวังจะให้
เกิดประโยชน์กับทุกเพศและทุกวัย บางครั้งก็มีการนำเสนอหลักธรรมคติข้อคิดใน
การดำเนินชีวิตออกมาในรูปแบบของการ์ตูน นิยาย นิทาน ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์
อย่างเข้มข้นโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงความมุ่งหวังที่จะเห็นเด็กไทยใน
สังคมมีคุณภาพทางอารมณ์ที่ดีขึ้น
การเขียนข้อความที่ให้ร้ายคนอื่นโดยที่ไม่มีมูลความจริงเช่น บัตรสนเท่ห์
หนังสือโจมตี คนที่ทำแบบนี้ไม่สามารถก้าวพ้นความอิจฉา ริษยา ในจิตใจตนเอง
คนเหล่านี้ขาดความเมตตาในใจ ซึ่งการที่จะแก้ก็คือการเจริญเมตตาภาวนาให้เกิด
ขึ้นในจิตใจให้สม่ำเสมอ เพราะการไม่เจริญเมตตาภาวนาในใจแล้ว จิตที่เป็นอกุศล
เพราะความอิจฉาริษยา มันจะส่งผลให้ชีวิตไม่ก้าวหน้า มีความล้มเหลวในทางความรัก
ความน่าเชื่อถือไปตลอด
permalink
|
0 comments
ศีลข้อที่ 2 ห้ามโกงทุกประเภท
Category:
think
Posted: Sep 07, 2009 at 8:05 AM
ศีลข้อที่ ๒ ห้ามโกงทุกประเภท
ส่วนศีลข้อที่ ๒ แม่ชีทศพร บอกว่าก็คิดว่าพวกเราก็คงจะไม่ไปหยิบเอาปากกา
ของใคร เราคงไม่มีนิสัยขี้ขโมย แต่ศีลข้อที่ ๒ ยังมีความหมายถึง การห้ามคดโกง
ทุกประเภท ห้ามโลภมาก ตั้งแต่โกงตาชั่ง โกงเวลาอู้งาน ใช้เล่ห์เพทุบายหลอกลวง
ผู้อื่น คอรัปชั่นรับสินบน ฯลฯ ยามที่เรานัดใครแล้วราไปไม่ตรงเวลา เราชั่งวัดตวงสิ่ง
ของชั่งไม่ตรงความเป็นจริง ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน ทำการเบิกจ่ายไม่ตรงกับ
ความจริงก็ถือว่าผิดศีลข้อที่ ๒ เหมือนกัน
มีข้าราชการทำงานมานานจนใกล้เกษียณ มักจะเข้ามาปรึกษาหารือ แม่ชีทศพร
ถึงปัญหาสุขภาพยามสูงอายุว่า ตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวก็มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี
แต่พออายุมากขึ้นสุขภาพร่างกายก็ป่วยเป็นโรคไตบ้างทำให้มีความทุกข์ทรมานมาก
ที่จะต้องไปฟอกไตบ่อย ๆ เพื่อรักษาชีวิต บางคนก็ผ่าตัดมดลูกผ่าตัดเนื้องอก แต่ละ
เดือนต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลจำนวนมากแต่นับว่าโชคดีที่เป็นข้าราชการจึงสามารถ
เบิกได้
ที่เป็นอย่างนี้เพราะตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยแผ่เมตตาให้กับสัมมาอาชีพของตนเอง
สัมมาอาชีพเป็นตัวเลี้ยงชีพ เงินเดือนของเราได้มาจากเงินของชาติบ้านเมือง เราจึง
ต้องอุทิศการทำงานให้กับแผ่นดิน เรื่องนี้ก็เหมือนชีวิตของพระภิกษุสงฆ์และแม่ชี
ที่สามารถปฏิบัติในธรรมะของพระพุทธเจ้าได้ก็เพราะได้รับการดูแลของอุบาสกและ
อุบาสิกาที่เมตตาอุปถัมภ์ศาสนาให้มั่นคง จึงเป็นหน้าที่ของพระภิกษุและแม่ชีที่จะ
ต้องทำงานอุทิศให้กับพระศาสนาตามวัตถุประสงค์ของญาติโยมหน้าที่ของข้าราชการ
ทุกประเภทก็ไม่แตกต่างกันที่ต้องทำงานอุทิศให้กับชาติและประชาชน โดยที่ไม่อู้
ไม่โกง ไม่คอรัปชั่นและไม่เช้าชามเย็นชาม เช่นเดียวกับพระภิกษุสงฆ์ที่ต้องซื่อตรง
ต่อพระวินัย ปฏิบัติให้ตรงกับพระธรรม แม้จะไม่มีใครมาตรวจสอบก็จะต้องไม่โกหก
ตนเอง
แม่ชีทศพร บอกว่า “บางคนใจบุญ โอ้... ไปทำบุญมาได้ใบอนุโมทนาบัตร บาง
คนทำไปเยอะ พอถึงเวลาต้องชำระภาษีประจำปี ทางโลกเขาอนุญาตให้กับคนที่ทำ
บุญสามารถเอาใบอนุโมทนาบัตรไปลดภาษีได้ ทางโลกแม้จะอนุญาตไม่ผิดกฎหมาย
แต่ทางธรรมถือว่าเรายังโลภในบุญมันส่งผลทำให้การค้าที่เราทำอยู่มันลง ตกฮวบไป
เลย แบบนี้ถือว่าเป็นการให้ไม่เต็มที่ เพราะเงินภาษีเหล่านั้นเอาไปเป็นถนน ไฟฟ้า
ระบบสาธารณูปโภค เอามาใช้เป็นเงินเดือนของตำรวจ ครู พยาบาล เป็นต้น”
ศีลข้อที่ ๒ เราอยู่กับมันเสมอ มันแสดงออกผ่านทางความโลภ ความอยาก
ความขี้เกียจ ความเอาเปรียบ คนอื่น ความไม่ตรงไปตรงมา สิ่งที่ทำแบบนี้มันไม่
ถูกต้อง
permalink
|
0 comments
ศีลข้อที่ 3 รักแท้ต้องขอจากพ่อแม่
Category:
think
Posted: Sep 07, 2009 at 8:04 AM
ศีลข้อที่ ๓ รักแท้ต้องขอจากพ่อแม่
“ห้ามชิงสุกก่อนห่าม”
“รักแท้ต้องอิงผู้ใหญ่”
“เข้าตามตรอก...ออกตามประตู”
ที่กล่าวมานั้นเป็นสุภาษิตสอนหญิงที่สอนให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว สอนให้ผู้ชาย
รู้จักให้เกียรติสตรีและเห็นคุณค่าของค่าน้ำนมของแม่ฝ่ายผู้หญิง นอกจากนี้ยังเป็น
การป้องกันไม่ให้ผู้หญิงต้องทนทุกข์จากความรักอันจอมปลอมเพราะถ้าฝ่ายชายมี
ความรักแท้จริงแล้วจะต้องรวบรวมความกล้าเข้าไปพบกับผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง เพื่อขอ
อนุญาตในการคบลูกสาวบ้านนี้ในฐานะคนรักจากผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง
แม่ชีทศพร กล่าวว่าเดี๋ยวนี้พอเด็กๆ โตเป็นวัยรุ่นก็เริ่มมีความรัก สนอกสนใจเพศ
ตรงข้าม มีแฟนก็อยากจะอยู่ใกล้ชิดซึ่งกันและกัน บางคนก็ชิงสุกก่อนห่าม มีความ
สัมพันธ์กันระหว่างที่ยังเรียนหนังสืออยู่โดยที่พ่อแม่ไม่รู้เรื่อง ซึ่งสุภาษิตโบราณแบบ
นี้กลายเป็นคำสอนที่ใช้ไม่ได้แล้ว
หัวอกของผู้เป็นพ่อแม่ย่อมรักและห่วงใยลูกเป็นธรรมดา กว่าแม่จะเลี้ยงดูลูกสาว
ให้เติบโตเป็นกุลสตรีที่มีคุณสมบัติของผู้หญิงที่ดี เพียบพร้อมไปด้วยปัญญา มีมารยาท
จิตใจโอบอ้อมอารี อ่อนโยน รู้จักคิด มีความเข้มแข็ง สามารถเอาตัวรอดและเลี้ยงดู
ตนเองได้ในสังคมยุคนี้ นับเป็นเรื่องที่ยากเอาการ ดังนั้นบ้านใดมีลูกสาว ผู้เป็นพ่อแม่
ก็ยิ่งห่วงใยมากเป็นพิเศษ เพราะลูกสาวได้แต่งงานออกเรือนได้สามีที่ดีรักทะนุถนอม
เป็นที่พึ่งพาได้ พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็จะสบายใจคลายความทุกข์
สุภาษิตคำว่า “ห้ามชิงสุกก่อนห่าม” จึงเป็นการบอกว่าหากยังไม่ถึงวัยที่สมควรจะ
ออกเรือนหรือยังไม่มีวุฒิภาวะในการรับผิดชอบชีวิตเลี้ยงดูครอบครัวได้ก็ยังไม่สมควร
ที่จะแต่งงาน เพราะสังคมไทยแตกต่างไปจากสังคมตะวันตก ที่แม้ลูก ๆจะเติบโตเป็น
ผู้ใหญ่แล้วแต่สำหรับในสายตาของพ่อแม่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นห่วงลูกอยู่เสมอ และลูก
ก็เปรียบเสมือนคนในปกครองของผู้เป็นพ่อแม่ นั่นหมายถึงลูกสาวแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่
แต่ถ้าพ่อแม่ยังอยู่และเป็นห่วงใยอาทรต่อชีวิตความเป็นอยู่ของลูกก็แสดงว่า “หญิง
สาวคนนี้ก็ยังเป็นลูกของพ่อแม่บ้านนี้”
การชิงสุกก่อนห่ามโดยไม่บอกกล่าวพ่อแม่นอกจากจะเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจของ
พ่อแม่แล้วในขณะเดียวกันก็เป็นการผิดศีลข้อที่ ๓ ด้วย เพราะเป็นการพรากลูกสาว
หรือมีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวในปกครองของคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตนั่นเอง
แม่ชีทศพร กล่าวว่า “ไม่ได้ห้ามคน ๒ คนไม่ให้รักกัน โยมมีความรักน่ะไม่ได้ผิดหรอก
เรียกว่าคน ๒ คนไปรักกันยังไม่ผิดศีลข้อที่ ๓ แต่จะผิดศีลข้อที่ ๓ ก็ต่อเมื่อพ่อแม่ของ
ฝ่ายหญิงไม่พร้อมที่จะยกลูกสาวให้ไปแต่งงาน ถ้าพ่อแม่ไม่พร้อมให้ แล้วลูกสาวไป
ชิงสุกก่อนห่ามไปแต่งงานถึงเรียกว่าผิดศีลข้อที่ ๓
ความไม่พร้อมของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายที่จะแต่งงาน มันนำมาซึ่งปัญหาหลาย ๆ
เรื่องทั้งทางโลก ทางธรรมและกรรม สมมติว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงอนุญาตให้แต่งงานเนื่อง
จากความไม่พร้อมในทางการเงินก็เริ่มก่อให้เกิดปัญหาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว
พอจะแต่งงานฝ่ายลูกเขยก็ไม่พร้อม ก็ต้องไปหายืมเงินมาจากคนอื่นเพื่อจะได้มี
เงินจัดงานแต่งงาน โดยยืมเงินมาเป็นแสนบาทเพื่อมาเป็นเงินสินสอดทองหมั้นให้
แม่ยายจะได้ไม่อายคนอื่น พอแต่งงานเสร็จฝ่ายลูกเขยก็เอาเงินคืนจากแม่ฝ่ายหญิง
แล้วรับเอาตัวเจ้าสาวไป ทีนี้ลูกสาวของเราก็ต้องไปเป็นคนของเขาทั้งชีวิต หรือบางที
แม่ฝ่ายหญิงไม่อยากจะเห็นลูกสาวตนเองไปลำบากก็คืนเงินที่เป็นเงินสินสอดที่ทาง
ฝ่ายลูกเขยมอบให้ตนเองเอาคืนให้กับลูกสาว
แม่ชีทศพร บอกว่า ผู้เป็นแม่เจ้าสาวห้ามคืนเงินคืนให้กลับลูกเขย เพราะเงินสินสอด
ก้อนนี้คืนเงินค่าน้ำนมของแม่เจ้าสาวที่แม่เจ้าสาวจะต้องเก็บเอาไว้ ถ้าไม่เก็บ ก็ผิดศีล
ข้อ 3 มันจะส่งผลให้ครอบครัวของลูกสาวเราไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่มีความ
รุ่งเรือง ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นเพราะการเอาเงินคืนไปให้ลูกเขยก็เหมือนกับทำพิธีกรรม
หลอกๆ หลอกผีปู่ย่าตายาย หลอกว่าจะมาขอลูกสาวแต่งงาน วันแรกของการแต่งงาน
ก็เริ่มต้นด้วยความหลอกลวง แล้วชีวิตของคู่สมรสใหม่จะเป็นมงคลได้อย่างไร เพราะ
หลอกทุกๆคนที่มาร่วมงานตั้งแต่วันที่เป็นมงคลแล้ว ถ้าแม่รักลูกสาวก็จะต้องไม่คืน
เงินสินสอด จำเอาไว้ว่าอย่าทำให้เรื่องนี้เป็นเพียงพิธีกรรมหลอก ถ้าฝ่ายเจ้าบ่าวมีเงิน
เท่าไรก็ขอให้ทำเท่านั้น เจ้าบ่าวมีเงินเพียง 500 ก็ให้ 500 บาททำอย่างนี้จะดีกว่า
ขอให้มีความซื่อสัตย์กับครอบครัวฝ่ายหญิงและตนเอง
ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในวันแต่งงาน ฝ่ายเจ้าสาวจะชอบยืมของมาใช้ในวันแต่งงานเช่น
ยืมรองเท้า ยืมชุดแต่งงาน เครื่องประดับ เป็นต้น การหยิบยืมมีความหมายว่าไม่มีการหลุด
หนี้ นี่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรจะรู้ และถ้าคู่สมรสไหนเคยทำอย่างนั้น ก็ให้กลับไป
หาพ่อแม่ของเรา ไปกราบท่านแล้วบอกกับท่านว่าในตอนที่เราได้แต่งงานมีเรือน หากทั้ง
เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเคยทำความทุกข์ใจอะไรๆไว้กับพ่อกับแม่มา เราขออโหสิกรรมจาก
ท่านทั้งสองคน นี่จึงจะไม่ผิดศีลข้อที่ 3
permalink
|
0 comments
ศีลข้อ 4 แม่ชีทศพร
Category:
think
Posted: Sep 07, 2009 at 8:02 AM
ศีลข้อที่ ๔ ระวังวาจาคำพูด
ศีลข้อที่ 4 ห้ามมุสา ห้ามโกหกหรือประพฤติชั่วด้วยวาจา การประพฤติชั่วทางวาจา
มี 4 อย่าง คือ
1. มุสาวาท พูดเท็จ
2. ปิสุณาวาจา พูดส่อเสียด
3. ผรุสวาจา พูดคำหยาบ
4. สัมผัปปลาป พูดเพ้อเจ้อ
ศีลข้อที่ 4 จะรักษายากกว่าข้ออื่น เพราะโดยนิสัยของคนโดยทั่วไปมักจะรัก
ตนเองโดยสัญชาตญาณ เวลามีคนมาถามอะไรเราสักอย่างหนึ่ง โดยธรรมชาติ
ถ้าเราไม่ทันตั้งตัวเรามักจะพูดปฏิเสธเอาไว้ก่อนว่า “เปล่าทำ” ทั้งที่ในใจยังไม่
ได้คิดจะโกหก แต่นี่เป็นระบบการป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ
ศีลข้อที่ 4 เป็นการล่วงเกินที่เกิดจากใจเป็นแรงผลักดันให้พูดไม่ว่าจะเป็น
พูดส่อเสียด พูดหยาบ พูดเพ้อเจ้อล้วนทำให้ศีลข้อที่ 4 ด่างพร้อยไม่สมบูรณ์
ส่วนการล่วงเกินที่เป็นวจีกรรมอีกอย่าง คือการที่ได้เห็นพระสงฆ์แล้วไหว้ท่าน
ไม่ได้ แต่เราไปไหว้ต้นไม้ได้ ไปไหว้อะไรที่มันออกลูกมาแปลกๆ เช่น ไปไหว้
หมู 5 ขากลับไหว้ได้ แต่พอให้มาไหว้พระสงฆ์ทำไม่ได้ เพราะมันมีข้อแย้งบาง
อย่างในใจคือเกิดการตำหนิพระสงฆ์ในใจ หรืออาจจะไม่เห็นคุณค่าของพระสงฆ์
หรือขาดความเคารพในพระสงฆ์ก็ได้ จึงทำให้ไม่สามารถยกมือไหว้พระได้
อย่างนี้เรียกว่ามีกรรมทางใจที่เกิดขึ้น คือการมุสาหรือหลอกลวงตนเอง กรรม
ที่เกิดขึ้นทางใจคือเกิดกับเราเอง ไม่ใช่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์เป็นที่เราสร้างจิตให้
เกิดความดูถูกคนหรือพระสงฆ์ให้เกิดขึ้นจิตที่คิดดูถูกคนอื่นตรงนี้เป็นจิตที่เป็น
อกุศลแล้ว ถ้าจะแก้ก็แก้ที่จิตเป็นอกุศลเป็นบาปนี้ ถ้าดูถูกพระสงฆ์ที่เป็นเนื้อนาบุญ
ของโลกก็มีกรรมมากขึ้นตามลำดับ นี่เรียกว่าตนเองทำร้ายตัวเอง วิธีแก้พระพุทธเจ้า
สอนให้มีความเพียรในการที่จะละบาปที่จะเกิดขึ้น ปัญหามันอยู่ที่เราเอาไม่ใช่
ใครที่ไหน ทำไมเราเจอของดีแล้วเราไหว้ไม่ได้เพราะนี่เรียกว่ามันมีกรรมมาตัดรอน
เวลาอยู่ต่อหน้าพระสงฆ์จะต้องแสดงความสำรวมอาการที่จะต้องแสดงความสำรวม
เวลาที่อยู่หน้าพระสงฆ์ ก็คือเรานั่งต่ำกว่าท่าน คนบางคนเวลานั่งอยู่หน้าพระสงฆ์แล้ว
นั่งไขว่ห้างแถมเขย่าขาอีกต่างหาก เป็นการแสดงออกจึงจิตใจว่าไม่ได้มีความสำรวม
ทีนี้ก็ไม่ได้มีการแก้กรรมในสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว มาวันหนึ่งจู่ๆก็เดินไม่ได้ พอมาหา
แม่ชีทศพรก็เข้ามาถามว่าไม่ทราบมีกรรมอะไรถึงเป็นอย่างนี้ แม่ชีทศพรพิจารณา
ดูแล้วก็บอกไปว่าโยมแสดงอาการที่ไม่สำรวมต่อหน้าพระสงฆ์ บวชหน้าไฟหลอกๆ
เป็นบาป
กรรมอีกแบบหนึ่ง คือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของสังคมไทยชาวพุทธ พอใน
ครอบครัวมีปู่ย่าตายายหรือพ่อแม่ถึงแก่กรรม บรรดาญาติพี่น้องก็ให้ลูกหลาน
ของตนเองบวชเณรหรือบวชพระหน้าไฟ เพื่อบวชอุทิศส่วนกุศลให้แก่คนที่จากไป
เขาเหล่านี้เมื่อทำพิธีบวชพระหรือบวชเณรกันเสร็จแล้ว ก็จะมาถ่ายรูปหมู่พร้อม
ครอบครัว ถ่ายรูปกันเพียงครู่หนึ่ง แล้วจากนั้นก็ถือเป็นเสร็จพิธีบวชหน้าไฟ โดยที่
ยังไม่ได้มีการปฏิบัติเรียนรู้ข้อธรรมะเลยสักข้อ นี่เรียกว่าเป็นการหลอก ต้มตุ๋น
วิญญาณบรรพชน เพราะตอนเพลก็บวชลูกให้กับดวงวิญญาณบรรพชน พอตอนเย็น
เผาเสร็จแล้วก็ทำพิธีสึก ผลที่ได้คือคนเหล่านี้จะล้มเหลว พอลูกเรียนจบแล้วก็จะไม่มี
งานทำแม่ชีทศพรบอกกล่าวด้วยความเป็นห่วงว่าถ้าเป็นไปได้ หากไม่สามารถที่จะบวช
หน้าไฟได้ก็ไม่เป็นไรไม่ต้องบวชก็ได้ สงสารเด็กๆที่โตขึ้นมาจะต้องรับกรรมที่ไม่ได้
เจตนาทำ ก็ขอให้ถวายผ้าไตรจีวรแด่พระแทนการบวชหน้าไฟก็ใช้ได้ เพราะถือว่า
อานิสงส์สูงสุดแล้ว ผ้าเหลืองเป็นธงชัยของพระอรหันต์
การบวชหน้าไฟที่แท้จริงคือการบวชเพื่อสนองคุณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยให้
การบวชมีการปฏิบัติเพื่อให้ผลของการปฏิบัติมีอานิสงค์ส่งให้ดวงวิญญาณของผู้ที่
ล่วงลับไปแล้วได้อานิสงส์ไปเกิดในภพภูมิที่ดี การที่เราบวชลูกเราแล้วแต่ลูกเรา
ไม่ได้ปฏิบัติ ก็เท่ากับทำให้ลูกเรามีรอยสักไว้ที่หน้า พอลูกเราไปไหนก็จะมีคนคอย
ปฏิเสธตลอด
permalink
|
0 comments
7 Blog Posts
Featured Song
To listen to music and watch video on imeem, you'll need at least Macromedia Flash Player 9 and JavaScript enabled in your browser.
Friends
wa yo
ข้าวต้มมัด ****
f f
KidKid ^^
508 Friends
Groups
HOT MESS :D
hi i made a group
I HEART BANANAS
KPOP Lover (chinese not a
12 Groups
Profile Comments
Login to leave a comment
.
f f
Nov 26th, 6:41pm
Thats true. But the "one" is missing..
Report as Spam
f f
Nov 26th, 6:41pm
Report as Spam
jushmartin ใช่ คือ ไม่ใช่..^o^ ไม่ใช่ คือ ใช่
Nov 16th, 10:47pm
อรุณสวัสดิ์ครับผม ยิ้มไว้ ไม่ทุกข์ สนุกดี มีความสุขตลอดวันครับผม...
Report as Spam
jushmartin ใช่ คือ ไม่ใช่..^o^ ไม่ใช่ คือ ใช่
Nov 15th, 8:47pm
ฝันดี ฝันเด่น ฝันงาม ฝันหวาน ๆ....
ง่วงนอนตอนไหนฝันดีตอนนั้นครับผม..
Report as Spam
~ ZдMд †๏ÿ ~ In BangKok
Nov 13th, 3:23pm
~ ดีครับบบบบบบ ~
Report as Spam
jushmartin ใช่ คือ ไม่ใช่..^o^ ไม่ใช่ คือ ใช่
Nov 13th, 1:02am
อรุณสวัสดิ์ครับผม ยิ้มไว้ ไม่ทุกข์ สนุกดี มีความสุขตลอดวันครับผม...
Report as Spam
jushmartin ใช่ คือ ไม่ใช่..^o^ ไม่ใช่ คือ ใช่
Nov 10th, 10:59pm
Spicecomments.com - Good Morning Comments
อรุณสวัสดิ์ครับผม ยิ้มไว้ ไม่ทุกข์ สนุกดี มีความสุขตลอดวันครับ
ผม...
Report as Spam
jushmartin ใช่ คือ ไม่ใช่..^o^ ไม่ใช่ คือ ใช่
Nov 9th, 11:51pm
เช้าแล้วครับ...มาปลุกแว้ว ..ตื่นแล้ว...สดชื่นตลอดวันน๊าครับ
Report as Spam
jushmartin ใช่ คือ ไม่ใช่..^o^ ไม่ใช่ คือ ใช่
Nov 8th, 11:54pm
เช้าแล้วค้าบ...มาปลุกแว้ว ..คื่นแล้ว...สดชื่นตลอดวันน๊าครับ
Report as Spam
jushmartin ใช่ คือ ไม่ใช่..^o^ ไม่ใช่ คือ ใช่
Nov 8th, 12:51am
อรุณสวัสดิ์ครับผม ยิ้มไว้ ไม่ทุกข์ สนุก มีความสุขตลอดวันครับผม...
Report as Spam
Are you sure that you want to report this as spam?
About imeem
Jobs
Blog
Legal
Press
About Us
Help
Content
Top 100 Music
New Music
Music Videos
Local Music
Artist Events
Discover Music
Most Popular Artists
Lil Wayne
Chris Brown
Ne-Yo
Rihanna
Mariah Carey
Linkin Park
Top Music Genres
Hip Hop
R&B
Pop
Rock
Indie
Do More
Android App
IPhone App
VIP Upgrade
Developers
Advertise on imeem
Follow imeem on Twitter
View imeem on Facebook
Music
Playlists
Videos
Groups
People
Blogs
Polls
© 2009 imeem, Inc. All rights reserved.