login
KhUnaThip Listening to 'Hans Zimmer - Angels & Demons'
พบเว็บไซต์โฉมใหม่ของผมพร้อมอัพเดทต่างๆได้ที่นี่ครับ

[Visit My New Site Here]

http://chevaliersdesangreal.wordpress.com/

ChevaliersDeSangreal's Blog
By ZahnmimreS


blog post Hans Zimmer - Matchstick Men OST
Posted in Soundtrack (Score) on Jul 08, 2009 at 8:46 AM
Hans Zimmer - Matchstick Men OST

Tracklist
1. The Good Life
2. Flim Flam
3. Ichi-Ni-San
4. Matchstick Men
5. Weird Is Good
6. Lonely Bull
7. Ticks & Twitches
8. I Have A Daughter?
9. Swedish Rhapsody
10. Keep The Change
11. Nosy Parker
12. Leaning On A Lamp Post
13. Pool Lights
14. Pygmies!
15. Charmaine
16. Roy's Rules
17. Carpeteria
18. Shame On You
19. Tuna Fish And Cigarettes
20. No More Pills
21. Tijuana Taxi
22. The Banker's Waltz

Roy และ Frank สองเกลอ 18 มงกุฎกำลังวางแผนทำการหลอกลวงเอาเงินครั้งใหญ่ ทว่าวันหนึ่ง Roy ได้รู้ว่าเขามีลูกสาววัย 14 ปี ชื่อ Angela แล้วหลายสิ่งก็เริ่มเปลี่ยนไปทั้งการพยายามเป็นพ่อที่ดีและตัดสินใจว่าเขาจะเอาลูกสาวมาเกี่ยวข้องกับอาชีพต้มตุ๋นของเขาหรือไม่
สำหรับดนตรีประกอบ ผู้กำกับ Ridley Scott ยังคงเรียกใช้บริการคอมโพเซอร์ประจำของเขา(ในสมัยนั้น) คือ Hans Zimmer
ลักษณะของดนตรีใน Matchstick Men อาจกล่าวได้ว่าไม่ใช่งานดนตรีสไตล์ Hans Zimmer ที่เราคุ้นหูกันสักเท่าไหร่เพราะเป็นงานดนตรีที่ดัดแปลงมาจากผลงานคลาสสิคของคอมโพเซอร์ชาวยุโรปชื่อดังในยุค 60 ไม่ว่าจะเป็น Nino Rota (คอมโพเซอร์คนดังจาก The Godfather), Mantovani (& His Orchestra) และ Herb Alpert เป็นต้น โดยมีการใช้วงออเคสตร้าสร้างสรรค์ดนตรีคลาสสิคที่แฝงอารมณ์ขันและดราม่าไปในตัว บวกกับการใช้ซินธิไซเซอร์เล็กน้อยเป็นฉากหลังให้มีกลิ่นอายดนตรีสมัยใหม่ที่มีความแปลกพิลึกแบบสุดๆ
Ichi-Ni-San และ Matchstick Men เป็นตัวอย่างการใช้เครื่องสายและเครื่องเป่าหลากชนิดที่ลงตัวเอาซะเหลือเกิน ในส่วนของเพลง Matchstick Men ก็ได้เพิ่มเสียงเปียโนเพื่อสร้างอารมณ์ขันเข้าไปด้วย ซึ่งทั้งคู่เป็นเพลงแนะนำนำธีมหลักๆซึ่งจะถูกนำไปประยุกต์ใช้ในเพลงอื่นๆด้วย
Weird Is Good เป็นเพลงไฮไลท์ของอัลบั้ม โดดเด่นอย่างมากในครึ่งแรกกับดนตรีแนว Tango สุดเก๋ โดยมีเสียงเหมือนนกร้องจากซินธิไซเซอร์เป็นดนตรีประกอบจังหวะ ส่วนครึ่งหลังเป็นดนตรีเบาๆช้าๆที่มีการนำธีมของเรื่องมาบรรเลงใหม่อีกครั้ง
Nosy Parker เพลงจังหวะลอยๆที่ค่อยๆดันตัวเองเข้าสู่ความปั่นป่วนในท้ายเพลง Pygmies! หยิบนำ Theme มาใช้เปิดเพลงแล้วจึงเข้าสู่ท่อนดนตรีออเคสตร้าอันยอดเยี่ยมด้วยการเล่นเครื่องสายและกลองสุดอลังการ
เพลงอารมณ์ขี้เล่น Roy's Rules ก็เป็นอีกเพลงที่หยิบเอานำธีมมาบรรเลงในจังหวะที่สนุกสนานกว่าเก่า Carpeteria มีการเล่นเครื่องเป่าที่สวยงามและฟังได้ลื่นไหลตลอดเพลง Shame on You เพลงที่มีความเป็นดราม่าในตัวค่อนข้างสูงโดยสื่อความหม่นหมองผ่านเสียงเปียโนและเครื่องสาย
Tuna Fish and Cigarettes เป็นการนำเสียงสังเคราะห์เพี้ยนๆมาเรียบเรียงให้ได้เพลงแนวเทคโนอันสื่อถึงความวุ่นวายโกลาหล(และเป็นเพลงที่หลุดคอนเซ็ปอัลบั้มไปเยอะ) No More Pill เปรียบได้กับเพลง Matchstick Men เวอร์ชั่นขยาย ขณะเดียวกันอารมณ์ขันที่แฝงอยู่ในเพลงก็มีมากขึ้นด้วย
The Banker's Waltz หยิบเอาท่อนออเคสตร้าอันยิ่งใหญ่จากเพลง Pygmies! มาบรรเลงใหม่ในจังหวะ Waltz เพลงนี้ถือได้ว่ามีความเป็นคลาสสิคมากที่สุดในอัลบั้ม
ในส่วนของงานดนตรีศิลปินท่านอื่นซึ่งถูกคัดสรรนำมาใส่ไว้ในอัลบั้มนี้ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับรสนิยมการฟังเพลงของ Roy ตัวเอกของเรื่องและแน่นอนว่าฟังเข้ากันได้ดีกับ Score ส่วนใหญ่ของ Zimmer จะมีเพลงอะไรบ้างมาลองดูกัน
The Good Life เพลงแนว Jazz ของนักร้อง Bobby Darin ใช้เปิดอัลบั้มด้วยความแจ่มใส Leaning on a Lamp Post ของ George Formby อีกหนึ่งเพลง Jazz คุณภาพที่ฟังสนุกสุดเพลินจนแทบไม่อยากหยุด
เพลงบรรเลงสุดคลาสสิค Lonely Bull และ Tijuana Taxi ของ Herb Alpert และ Swedish Rhapsody ของ Mantovani เป็นเพลงทำนองเฮฮาฟังเพลินที่ให้บรรยากาศเหมือนงานเฉลิมฉลองยังไงยังงั้น (เพลงแรกออกแนวเพลงสู้วัวกระทิงเสียด้วยซ้ำ) ซึ่งใน 3 เพลงนี้ Swedish Rhapsody (ตามความคิดเห็นของผม) เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองสวยงามที่สุด
เพลงที่เสียงเครื่องสายและเครื่องเป่าชวนเพ้อฝัน Charmaine คือ หนึ่งในผลงานคลาสสิคโดดเด่นที่สุดของ Mantovani ซึ่งคุณน่าจะลองฟังดู
สรุปแล้วนี่คืองานเพลงคลาสสิคสำหรับฟังเพื่อความบันเทิงอย่างแท้จริงครับ

Hans Zimmer - Matchstick Men
http://up2u.in.th/index.php/files/get/ujNfV1NNrm/matchstick-men-original-score.rar
(MP3 ริปด้วยโปรแกรมWMP / Bitrate 256 kbps)

Watch The Movie Here: http://www.clipmass.com/movie/1919984959138377
ชมเบื้องหลังงานเพลงที่นี่: http://www.clipmass.com/movie/681340187138574


blog post James Newton Howard - King Kong OST
Posted in Soundtrack (Score) on Jun 14, 2009 at 10:37 AM
James Newton Howard - King Kong OST

Tracklist
1. King Kong
2. A Fateful Meeting
3. Defeat Is Always Momentary
4. It's In The Subtext
5. Two Grand
6. The Venture Departs
7. Last Blank Space On The Map
8. It's Deserted
9. Something Monstrous ... Neither Beast Nor Man
10. Head Towards The Animals
11. Beautiful
12. Tooth And Claw
13. That's All There Is ...
14. Captured
15. Central Park
16. The Empire State Building
17. Beauty Killed The Beast I
18. Beauty Killed The Beast II
19. Beauty Killed The Beast III
20. Beauty Killed The Beast IV
21. Beauty Killed The Beast V

ภาพยนตร์รีเมคฟอร์มยักษ์โดยผู้กำกับ Peter Jackson จาก Lord of The Rings ไตรภาค กับเรื่องราวสุดคลาสสิคของการผจญภัยบนเกาะลึกลับและคิงคองยักษ์ที่หลงรักโฉมงามเข้าอย่างจัง นำมาสู่จุดจบอันน่าเศร้าของมันเอง
เดิมที Peter Jackson ต้องการให้คอมโพเซอร์ขาประจำของเขาจาก Lord of The Rings อย่าง Howard Shore มาแต่งดนตรีประกอบให้ แต่ด้วยเหตุขัดข้องบางอย่างทำให้ Howard Shore ไม่สามารถมาทำหน้าที่ได้ ผู้กำกับเลยต้องหาคอมโพเซอร์คนอื่นมาทำงานแทนกลางคันซึ่งคอมโพเซอร์คนนั้น คือ James Newton Howard
ดนตรีประกอบของ James Newton Howard เลือกใช้ดนตรีออเคสตร้าเต็มวง ลักษณะเดียวกับคอมโพเซอร์ Max Steiner ในหนังเวอร์ชั่นเก่า แต่ไม่ได้มีการลอกดนตรีกันมาแน่นอน
เปิดตัวแบบเนิบๆช้าๆแต่น่าเกรงขามด้วยเสียงเครื่องเป่าในเพลง King Kong ซึ่งเพลงนี้เป็นการแนะนำ Theme หลักของเรื่องแบบพอหอมปากหอมคออีกด้วย
A Fateful Meeting คลาสสิคและสวยงามไร้ที่ติด้วยเสียงเปียโนและเครื่องสายบรรเลงคู่กันไปช้าๆ เพลงนี้ถูกใช้เป็นเลิฟธีมระหว่าง Jack และ Ann ในเรื่อง นี่คือหนึ่งในเพลงเด่นตัวแรกที่ผมขอแนะนำให้ลองฟังกันดูครับ
Defeat is Momentary เพลงจังหวะสุดกวนที่ฟังสนุกไปกับการเล่นเครื่องสายแบบเร็วสไตล์เดียวกับ John Williams ถัดมา The Venture Departs เพลงเปิดเริ่มต้นการเดินทางด้วยการหยิบเอาธีมมาใช้แบบสั้นๆแล้วต่อด้วยดนตรีเบาๆแฝงอารมณ์ขันและความลึกลับไปจนจบเพลง จากนั้นมาเข้าสู่อารมณ์ระทึกขวัญและน่าสะพรึงกันเต็มตัวในเพลง Last Blank Space On The Map ที่เพอคัสชั่นและเครื่องสายคือตัวสร้างความขนลุกดีๆนั่นเอง
It's Deserted เปิดตัวอีกครั้งด้วยเพลงธีมในเวอร์ชั่นที่ยิ่งใหญ่กว่า ตลอด 7 นาทีของเพลงนี้มีครบทั้งดนตรีทำนองสวยงามชวนพิศวง ดนตรีหลอนเวิ้งว้าง และดนตรีจังหวะระทึกสุดมันส์
ตื่นเต้นกันแบบสุดๆในเพลง Head Toward The Animals กับดนตรีออเคสตร้าโหมกระหน่ำไม่ยั้ง เช่นเดียวกับเพลง Tooth And Claw แต่เพลงหลังมีท่อนให้พักหายใจกันมากกว่า (รวมถึงความยาวที่มากกว่า) สองเพลงนี้ผมก็ขอแนะนำให้ลองฟังกันดู
Captured ดนตรีระทึกสุดยิ่งใหญ่ควบคู่กับทำนองเศร้าสร้อย Central Park อีกหนึ่งเพลงช้าที่โดดเด่นด้วยเสียงเปียโนและเครื่องสาย เพลงนี้ใช้เครื่องดนตรีแต่น้อย กระนั้นก็ยังฟังดูสวยงามทีเดียว
Beauty Killed The Beast I - V แทร็คยาวซึ่งเป็นคิวเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มเลยก็ว่าได้ โดยทั้ง 5 เพลงนี้บอกเล่าช่วงเวลาสุดท้ายของคิงคองด้วยดนตรีออเคสตร้าอันหนักแน่นทั้งรุกและรับแถมด้วยเสียงร้องสุดอาลัยในพาร์ทที่สี่
อีกเรื่องที่น่าทึ่งของดนตรีประกอบเรื่องนี้ คือ James Newton Howard ใช้เวลาเพียง 5 สัปดาห์ทำดนตรีประกอบทั้งหมดจนเสร็จทันเวลาที่ผู้กำกับต้องการ เรียกได้ว่าแม้จะเป็นผลงานที่เร่งทำในช่วงไฟลนก้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้อยู่ในระดับน่าพอใจเอามากๆ
อีกหนึ่งผลงานคุณภาพจาก James Newton Howard ที่อยากให้คุณได้พิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง

James Newton Howard - King Kong
Part1
http://up2u.in.th/index.php/files/get/TLsN-n5R_-/king-kong-2005-1.rar
Part2
http://up2u.in.th/index.php/files/get/Kvwq8EZrQl/king-kong-2005-2.rar
(MP3 ริปด้วยโปรแกรมWMP / Bitrate 256 kbps)


Watch The Movie (Extended Edition) Here: http://www.clipmass.com/movie/95455489177562
ชมเบื้องหลังงานเพลงที่นี่
Part 1: http://www.clipmass.com/movie/114143109673699
Part 2: http://www.clipmass.com/movie/158453725573712


blog post Edward Shearmur - Johnny English OST
Posted in Soundtrack (Score) on Jun 14, 2009 at 9:04 AM
Edward Shearmur - Johnny English OST

Tracklist
1. A Man for All Seasons
2. Theme from Johnny English
3. Russian Affairs
4. A Man of Sophistication
5. Kismet
6. Truck Chase
7. The Only Ones
8. Parachute Drop
9. Pascal's Evil Plan
10. Theme from Johnny English [Salsa Version]
11. Off the Case
12. Cafe Conversation
13. Into Pascal's Lair
14. Does Your Mother Know
15. For England
16. Riviera Hideaway
17. Agent No. 1

"He knows no fear, He knows no danger, He knows nothing" ประโยคสุดท้ายในสามประโยคนี้น่าจะบ่งบอกลักษณะตัวเอกของเรื่องได้อย่างดี
เมื่อ MI-7 สูญเสียสายลับมือดีไป เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ทำงานออฟฟิศธรรมดาๆสุดบ๊องนาม Johnny English (และคู่หูของเขา) ที่ต้องมาเป็นสายลับทำงานภาคสนามจริงในภารกิจตามหามงกุฎเพชรที่ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์ลอนดอน นำมาสู่การเปิดเผยแผนร้ายอันแยบยลของเศรษฐีชาวฝรั่งเศส Pascal Sauvage และแล้วภารกิจมันส์ฮาที่มีประเทศชาติเป็นเดิมพันจึงบังเกิด
หนังเรื่องนี้เปรียบเหมือนส่วนผสมของสายลับ James Bond 007 และ Mr. Bean ซึ่งดนตรีและเพลงประกอบเรื่องนี้ก็พยายามสื่อออกมาแบบนั้นด้วยเช่นกัน
เริ่มต้นกันด้วย Man For All Seasons ที่เป็น Theme Song สำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ (ตามธรรมเนียมเดียวกับหนัง James Bond ที่ต้องมีเพลงร้องสำหรับเปิดตอน Main Title) เพลงนี้นอกจากจะขับร้องโดยนักร้องชื่อดังอย่าง Robbie Williams แล้วยังได้ Hans Zimmer มาช่วยทำดนตรีจังหวะสนุกสนานเร้าใจให้อีกด้วย รับรองว่าฟังแล้วเพลงติดหูกันแน่นอน
มาพูดถึงส่วนของ Score กันต่อ โดยคอมโพเซอร์ผู้รับหน้าที่ คือ Edward Shearmur ซึ่งเลือกใช้ดนตรีคล้ายคลึงกับ David Arnold คอมโพเซอร์ประจำหนัง James Bond ตั้งแต่ภาค Tomorrow Never Dies ซึ่งก็คือ ดนตรีออเคสตร้าโดยเน้นเครื่องสายและเครื่องเป่าเป็นหลัก พร้อมทั้งซินธิไซเซอร์และดนตรีแนวร็อค (ดังนั้นจงอย่าแปลกใจถ้าดนตรีประกอบเรื่องนี้จะคล้ายคลึงกับของ David Arnold เพราะคอมโพเซอร์ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ)
Theme From Johnny English เปิดตัวช่วงแรกด้วยดนตรีแบบเดียวกับหนัง James Bond แบบเป๊ะๆ ก่อนที่จะเข้าสู่ Theme หลักสุดเก๋ของเรื่องที่โดดเด่นไปกับเสียงกีตาร์ไฟฟ้าและเครื่องเป่า คงไม่แปลกเลยถ้าผมจะบอกว่าเพลงนี้เป็นที่สุดของ Score ในอัลบั้มนี้แล้ว ซึ่งเบื้องหลังของเพลงนี้ Shearmur ได้ Howard Goodall คอมโพเซอร์ประจำจากหนังและซีรี่ย์ส Mr. Bean มาช่วยแต่ง Theme นี้ให้อีกด้วย
เพลงเด่นๆที่หยิบเอา Theme หลักมาใช้ประกอบได้อย่างดีเยี่ยมได้แก่ Truck Chase เพลงไล่ล่าสไตล์หนังสายลับ(ตามรอย Score หนัง James Bond เช่นกัน), Parachute Drop ดนตรีเท่ห์ๆคึกคักพร้อมออกปฏิบัติการ, Off The Case บรรเลงด้วยเพลง Theme ตลอดเพลง โดดเด่นด้วยเสียงเครื่องเป่าในครึ่งแรกและซินธิไซเซอร์จังหวะเร็วในครึ่งหลัง และ For England ดนตรีเพื่อชาติสุดระทึกชวนลุ้นที่จบลงด้วยทำนองสุดกวน
ในส่วนของเพลงอื่นๆที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ได้แก่ Pascal's Evil Plan กับดนตรีเบาๆที่แฝงอารมณ์ไม่น่าวางไว้ใจ, เพลงเปียโนสำหรับร้านอาหาร Cafe Conversation และเพลงเครื่องเป่าและเปียโนในทำนองสุดหวาน Riviera Hideaway ที่ปิดท้ายด้วยทำนองสุดกวน(อีกแล้ว)
เรื่องแปลกของอัลบั้มนี้ คือ เพลง Agent No. 1 ที่อย่าได้หลงคิดว่าเพลงนี้ยาว 15 นาทีจริงเชียวเพราะเพลงนี้เล่นแค่ 4 นาทีแรกก่อนที่จะเงียบไปประมาณ 10 นาทีแล้วต่อด้วยดนตรีเบาๆอีก 2 นาทีที่เหลือ(ซึ่งยังงงๆอยู่ว่ามีท่อนเงียบไว้คั่นเพื่ออะไรแล้วต้องการจะสื่ออะไร!?)
สำหรับเพลงอื่นๆที่เสริมความหลากหลายให้แก่อัลบั้ม ได้แก่ The Only Ones เพลงช้าเพราะๆจากวงป๊อปอิเล็กทรอนิกส์จากอังกฤษ Moloko และ Does Your Mother Know เพลง Pop จังหวะ Upbeat สุดมันส์ของ ABBA ที่ใช้ประกอบฉากสุดฮาในเรื่องนั่นเอง นอกจากนี้ยังได้ Bond วงเครื่องสายขนาดเล็กของ 4 สาว (เข้าใจว่าเพราะชื่อวง Bond และเครื่องดนตรีที่ใช้เล่นเข้าคอนเซ็ปหนัง+อัลบั้มเลยเอามาใส่ไว้ด้วย) มาร่วมบรรเลงเพลงเครื่องสายสุดไพเราะทั้งสิ้นสองเพลง คือ Kismet ที่ให้ทั้งอารมณ์แห่งความงดงามและอลังการ อีกเพลงหนึ่ง คือ Theme from Johnny English [Salsa Version] เพลง Theme ของหนังที่นำมาบรรเลงใหม่ในจังหวะ Salsa สำหรับเต้นลีลาศโดยเฉพาะ
ถ้าคุณมองหาอัลบั้มที่มีความหลากหลายและ Score ล้อเลียนสุดเก๋ อัลบั้มนี้คือตัวเลือกที่ผมขอแนะนำครับ

Edward Shearmur - Johnny English
http://up2u.in.th/index.php/files/get/gH4rvqF0xm/johnny-english1.rar
(MP3 ริปด้วยโปรแกรมWMP / Bitrate 256 kbps)

Watch The Movie Here: http://www.clipmass.com/movie/68216033664281


blog post Hans Zimmer - Angels & Demons OST
Posted in Soundtrack (Score) on May 10, 2009 at 4:19 AM
Current Mood: awesome
Hans Zimmer - Angels & Demons OST

Tracklist
1. 160 BPM
2. God Particle
3. Air
4. Fire
5. Black Smoke
6. Science And Religion
7. Immolation
8. Election By Adoration
9. 503

ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสืออันโด่งดังดังอีกเล่มของ Dan Brown อย่าง Angels & Demons หรือ เทวากับซาตาน ที่เดิมเป็นเรื่องราวก่อน The Da Vinci Code แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ภายใต้การกำกับของ Ron Howard เจ้าเก่าได้ดัดแปลงให้เป็นภาคต่อแทน
สำหรับเรื่องราวใน Angels & Demons ได้ย้ายสถานที่จากฝรั่งเศสและอังกฤษไปยังนครวาติกัน ซึ่ง Robert Langdon (รับบทโดย Tom Hanks) ต้องหยุดยั้งเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นโดยกลุ่มองค์กรลับ Illuminati ศัตรูเก่าแห่งคริสตจักร
สำหรับดนตรีประกอบยังคงได้ Hans Zimmer ผู้เคยทำดนตรีให้ The Da Vinci Code กลับมาสานต่องานเพลง ร่วมด้วยนักไวโอลิน Joshua Bell ผู้โด่งดังมาจากการทำ Score ให้ Red Violin และเคยได้ร่วมงานกับ James Newton Howard มาแล้วใน Defiance
Hans Zimmer เลือกใช้เครื่องดนตรีในลักษณะเดียวกับ The Da Vinci Code และผลงานคลาสสิคเต็มตัวชิ้นแรกของเขาใน Hannibal คือ การใช้ออเคสตร้าเต็มวงและคอรัสเป็นหลัก ซึ่ง Angels & Demons มาในอารมณ์ที่เป็น Action Score มากกว่า ทั้งนี้ Zimmer ยังได้เลือกใช้เสียงสังเคราะห์จากซินธิไซเซอร์แต่พองามเพื่อเพิ่มเสน่ห์และทำให้ดนตรีฟังดูร่วมสมัยขึ้น (ตรงกันข้ามดนตรีของ The Da Vinci Code ที่เน้นสร้างดนตรีนุ่มๆแบบคลาสสิค) แต่ทั้งนี้ก็ยังคงความคลาสสิคไว้ด้วยเสียงไวโอลินของ Joshua Bell ซึ่งในส่วนนี้เองที่ Zimmer ได้ให้นิยามของวิทยาศาสตร์ด้วยซินธิไซเซอร์ ขณะที่นิยามของศาสนา คือ ออเคสตร้าและคอรัส
เปิดอัลบั้มแบบกระหึ่มและยิ่งใหญ่ไปกับ 160 BPM เพลงโหมโรงกับคอรัสพันธุ์ดุชวนขนลุกที่คอยกระแทกหูให้คุณได้ตื่นตัวตลอด บรรเลงประกอบด้วยเครื่องสายและเพอคัสชั่นร่วมด้วยเสียงซินธิไซเซอร์อันหนักแน่น เห็นหนักเครื่องแบบนี้ แต่ถ้าได้ลองฟังคุณจะรู้ว่าเพลงมันส์จนหยุดไม่ได้จริงๆ
God Particle เริ่มต้นด้วยไวโอลินประยุกต์จาก Chevaliers De Sangreal ต่อเนื่องด้วยคอรัสสุดบ้าคลั่งและอลังการที่จะทำให้คุณต้องชะงัก (ท่อนคอรัสนี้เคยถูกแนะนำให้ได้ฟังกันแบบย่อๆมาแล้วในตัวอย่าง Teaser) จากนั้นก็เข้าสู่เนื้อหลักของเพลงที่ใช้ซินธิไซเซอร์ล้วนๆ ซึ่งมีจุดเด่นตรงท่อนรัวเสียงสังเคราะห์ควบคู่คอรัสที่จะทำให้คุณขนลุกไปกับดนตรีที่โลดแล่นอย่างยิ่งใหญ่
Air เป็น Action Score สุดหรูของอัลบั้มที่มาพร้อมดนตรีระทึกชวนลุ้นไปกับการไขปริศนาที่มีความเป็นความตายเป็นเดิมพัน โดดเด่นด้วยการเรียบเรียงเพลงกว่า 9 นาทีและดนตรีประยุกต์จาก The Da Vinci Code ที่นำมาปรับใช้กับดนตรีใหม่ๆได้อย่างมีประสิทธิและยังตอกย้ำเอกลักษณ์ของหนังทั้งสองเรื่องได้อย่างดี
Fire เป็นเพลงที่มีความหลอนที่สุดในอัลบั้ม ตั้งแต่การค่อยๆเพิ่มดีกรีความน่าสะพรึงใน 2 นาทีแรกแล้วตามด้วยคอรัสอันเกรี้ยวกราดดั่งเพลิงลุกโชดเป็นช่วงๆไป ทั้งนี้ยังเพิ่มความขลังด้วยเสียงระฆังที่ใส่มาคั่นไว้ตลอดครึ่งแรกของเพลง แล้วมามันส์ระทึกกันต่อในเพลง Black Smoke ที่เพอคัสชั่นและเสียงสังเคราะห์สุดประณีตเข้ามาช่วยพวกเครื่องสายและคอรัสได้ดีเยี่ยม
Science And Religion เพลงที่ยาวกว่า 12 นาทีและมีชื่อตรงกับประเด็นหลักของหนังมากที่สุด เพลงนี้เป็นดนตรีช้าจังหวะลอยๆชวนเพ้อฝันตลอดเพลง โดดเด่นอย่างมากในช่วงกลางเพลงกับเสียงไวโอลินและคอรัสสุดซึ้งกินใจที่คุณจะต้องอึ้ง แล้วมาเบาอารมณ์ด้วยท่อนเครื่องสายฟังสบายในช่วงท้าย
Immolation เพลงสุดอึดอัดที่เต็มไปด้วยบรรยาศสุดหม่นหมองและหลอนเอาการ เพลงนี้เริ่มต้นแบบเบาๆก่อนที่จะค่อยๆใช้เครื่องสายในการเพิ่มดีกรีความน่าสะพรึงไปจนถึงจุดสูงสุดในช่วงกลางเพลงแล้วจึงจบลงด้วยดนตรีเบาๆคลอเสียงคอรัสในทำนองสุดอาลัย (เพลงนี้แอบคล้าย Watch The World Burn ในอัลบั้ม The Dark Knight)
เข้าสู่ช่วงผ่อนคลายใน Election By Adoration เพลงสดใสฟังสบายไปกับเสียงไวโอลินสุดคลาสสิคที่บรรเลงตลอดเพลง ซึ่งตัวดนตรียังคงประยุกต์มาจาก The Da Vinci Code เช่นเคย
ปิดอัลบั้มด้วยความสวยงามและอลังการใน 503 หรือ Chevaliers De Sangreal เวอร์ชั่นไวโอลินแบบรวบรัด 2 นาที ที่เพลงยังคงทำนองส่วนใหญ่จากของเก่าแล้วเพิ่มสีสันด้วยเสียงไวโอลินสุดหรู เพลงนี้มีอารมณ์ของความเป็นเพลงคลาสสิคมากที่สุดในอัลบั้มแล้ว
ด้วยดนตรีที่ทั้งสวยงามทั้งดุดันสื่อถึงด้านสว่างและด้านมืดในแบบของเทวากับซาตานชนิดที่ได้อารมณ์สุดๆ นี่คืออีกหนึ่งงานดนตรีอันยอดเยี่ยมที่แฟนๆ Hans Zimmer และคอ Soundtrack ทั้งหลายไม่ควรพลาด

Hans Zimmer - Angels & Demons
http://up2u.in.th/index.php/files/get/-0KnK__v7B/angels-demons.rar
(MP3 ริปด้วยโปรแกรมWMP / Bitrate 256 kbps)

+++ Special Section +++
1) Trailer Music
"Immediate Music - With An Iron Fist"
http://www.ulbuzz.com/ouGg2EImi9
(Mp3 / 320kbps, Contain both choir & no choir version)
2) Bonus Track (ไม่มีในอัลบั้ม)
"Hans Zimmer - H2O"
http://up2u.in.th/index.php/files/get/B_jTg5mC3t/angels-demons-bonus-track.rar
(Mp3 / 256kbps)

ดาวน์โหลดอัลบั้ม Hans Zimmer - The Da Vinci Code ได้ที่นี่
http://actdeltas.wordpress.com/2008/09/29/the-da-vinci-code-soundtrack/

Hans Zimmer Angels & Demons Playlist





blog post Mark Snow - The X-Files: The Truth And The Light OST
Posted in Soundtrack (Score) on May 10, 2009 at 4:09 AM
Current Mood: awesome
Mark Snow - The X-Files: The Truth And The Light OST

Tracklist
1. Introitus: Praeceps Transito Spatium
2. Materia Primoris: The X-Files Theme
3. Raptus
4. Adelatus
5. Deverbero
6. Cantus Excio
7. Mercutura
8. Lamenta
9. Insequi
10. Otium
11. Dubitatio
12. Iter
13. Progigno de Axis
14. Carmen Amatorium Ex Arcanum
15. Facetus Malum
16. Memoria
17. Mitis Lumen
18. Fides Fragilis
19. Exoptare Ex Veritas
20. Kyrie

ซีรี่ย์สแนว Sci-Fi อย่าง The X-Files คือ หนึ่งในซีรี่ย์สที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของ Fox ด้วยระยะเวลาการฉายทั้งหมด 9 ซีซั่นและหนังโรงอีก 2 ภาค (แม้ภาค 2 ผลลัพธ์ที่ออกมาจะดูไม่เป็นไปตามคาดก็เถอะ)
ด้วยเรื่องราวการไขคดีของคู่หูเจ้าหน้าที่ FBI (หรือพระเอกนางเอกของเรื่อง) Mulder และ Scully ที่พาผู้ชมไปสู่โลกของเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติไปจนถึงความลับสุดยอดของรัฐบาลและสิ่งมีชีวิตนอกโลก ทั้งนี้ยังมีเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเอกทั้งสองที่พัฒนาไปในแต่ละซีซั่น จึงไม่น่าแปลกใจที่ซีรี่ย์สนี้จะมีเสน่ห์ตรึงใจผู้ชมตลอดมา รวมถึงการเป็นต้นแบบและแรงบันดาลแก่ซีรี่ย์สรุ่นหลังๆในปัจจุบัน
สำหรับอัลบั้มนี้เป็นการรวม Score หลักๆจากซีซั่นที่ 1-3 ของซีรี่ย์ส ซึ่งผู้รับผิดชอบเรื่องดนตรีประกอบ คือ Mark Snow ผู้ได้กลายมาเป็นคอมโพเซอร์ผูกขาดสำหรับซีรี่ย์สเรื่องนี้
Mark Snow เลือกใช้ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์สร้างเสียงสังเคราะห์ชวนลึกลับต่างๆเป็นหลัก เสริมด้วยเปียโนและเครื่องสายอีกเล็กน้อย แล้วที่พิเศษสุดสำหรับอัลบั้มนี้ คือ บทสนทนาจากซีรี่ย์สและเสียงบรรยายโดย Chris Carter ผู้อำนวยการสร้างซีรี่ย์สที่ใส่เข้ามาในเพลงอย่างเหมาะสมซึ่งเพิ่มมิติให้แก่เพลงได้อย่างดี
เปิดอัลบั้มด้วยเสียงบรรยายเกริ่นเรื่องจาก Chris Carter ในเพลง Introitus: Praeceps Transito Spatium ซึ่งให้อารมณ์เวิ้งว้างเหมือนอยู่ในอวกาศยังไงยังงั้น ตามด้วย Materia Primoris: The X-Files Theme เพลงเปิดซีรี่ย์สเวอร์ชั่นขยายกับโน้ตเด่นๆ 6 ตัวพร้อมเสียงคล้ายเสียงผิวปากชวนขนลุก เพลงนี้ฟังแล้วบอกได้เลยว่าติดหูจริงๆ
เข้าสู่ตัวเนื้อเรื่องของอัลบั้มกันด้วยความระทึกในเพลง Raptus แล้วมาผ่อนคลายกับเพลงเบาๆบรรเลงด้วยเครื่องสายและเปียโนใน Adelatus แล้วกลับมามันส์ระทึกกันต่อในเพลง Deverbero
คิวถัดมากับเพลงสุดหลอน Cantus Excio และ Mercutura แล้วพักด้วย Lamenta เพลงเบาๆบรรเลงด้วยเสียงเปียโนอันน่าฉงน มันส์แบบเต็มๆในเพลง Insequi แล้วค่อยพักหายใจกันในเพลง Otium
Dubitatio เพลงนี้ผ่อนคลายในช่วงแรกๆก่อนที่จะค่อยๆเพิ่มจังหวะที่ไม่น่าไว้วางใจเรื่อยๆจนจบเพลง เดินเรื่องกันต่อในเพลง Iter ซึ่งเพลงนี้มีการเล่นเครื่องเป่าอย่างฟลุ้ตที่ฟังดูหลอนไม่ใช่น้อย
Progigno de Axis เปิดด้วยดนตรีชวนสงสัยและชวนสะดุ้งในช่วงกลาง แล้วมาฉงนกันต่อในเพลง Carmen Amatorium Ex Arcanum ตามด้วย Facetus Malum ซึ่งเพลงนี้ฟังดูขบขันในช่วง 1 นาทีแรกแล้วต่อเนื่องด้วยดนตรีฟังสบายไปจนจบเพลง
เพลงสุดหลอน Memoria แล้วตามด้วยเพลง Mitis Lumen ดนตรีชวนลุ้นแต่ฟังสบายก่อนที่จะจบแบบหลอนๆในตอนท้าย
ฟังกันเบาๆไปกับเพลงลึกลับ Fides Fragilis และเสียงเปียโนเพราะๆในเพลง Exoptare Ex Veritas
ปิดอัลบั้มกันด้วยเพลง Kyrie ที่เล่นเสียงร้องของหญิงสาวสุดหลอนในครึ่งแรกก่อนที่จะเงียบไปซักพักแล้วจึงต่อด้วยดนตรีสุดเท่ห์ที่บอกเป็นนัยว่าเรื่องมันยังไม่จบแค่นี้แน่ๆ เพลงนี้ตบท้ายด้วยเสียงบรรยายปิดเรื่องจาก Chris Carter (ในเวอร์ชั่นเสียงโทนต่ำ)
เพลงในอัลบั้มนี้เกือบทั้งหมดแทบจะต่อกันเป็นเพลงๆเดียว ดังนั้นสิ่งที่ผมขอแนะนำท่านผู้ฟังทั้งหลาย คือ ทำตัวให้สบายเมื่อนั่งฟังอัลบั้มนี้ แล้วให้เสียงดนตรีพาคุณเข้าไปสู่โลกอันลี้ลับของ The X-Files เอง
อัลบั้มนี้ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โลกแห่ง The X-Files ครับ

Mark Snow - The X-Files: The Truth And The Light OST
http://up2u.in.th/index.php/files/get/Q4eBNj8fQ0/the-truth-the-light-music-from-the-x-files.rar
(Mp3 / 192kbps)

Watch "The X-Files" Pilot Episode Here: http://www.clipmass.com/movie/189594537082327


VA - Buffy The Vampire Slayer: Once More With Feeling OST

Tracklist
(พร้อมรายชื่อตัวละครที่ร้องเพลง)
1. Overture / Going Through The Motions
(Performed by Buffy, Vampire, Demon and Victim)
2. I've Got A Theory / Bunnies / If We're Together
(Performed by Giles, Willow, Xander, Anya, Tara and Buffy)
3. The Mustard
(Performed by Man [David Fury] and Chorus)
4. Under Your Spell
(Performed by Tara)
5. I'll Never Tell
(Performed by Anya and Xander)
6. The Parking Ticket
(Performed by Young Woman [Marti Noxon])
7. Rest In Peace
(Performed by Spike)
8. Dawn's Lament
(Performed by Dawn)
9. Dawn's Ballet *
10. What You Feel
(Performed by Sweet and Dawn)
11. Standing
(Performed by Giles)
12. Under Your Spell / Standing - Reprise
(Performed by Tara & Giles)
13. Walk Through The Fire
(Performed by Buffy, Spike, Sweet, Giles, Xander, Anya, Tara and Willow)
14. Something To Sing About
(Performed by Buffy and Spike)
15. What You Feel - Reprise
(Performed by Sweet)
16. Where Do We Go From Here?
(Performed by Dawn, Buffy, Spike, Giles, Tara, Xander and Anya)
17. Coda
(Performed by Buffy, Spike and Group)
18. End Credits (Broom Dance , Grr Arrgh) *
19. Main Title +
20. Suite from "Restless": Willow's Nightmare / First Rage / Chain Of Ancients *
21. Suite from "Hush": Silent Night/First Kiss / Enter The Gentlemen / Schism *
22. Sacrifice (from "The Gift") *
23. Something To Sing About (Demo) ^

* Score Composed By Christophe Beck
+ Score Composed By Nerf Herder
^ Performed by Kai Cole and Joss Whedon

Buffy The Vampire Slayer เป็นซีรี่ย์สที่รีเมคมาจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันในปี 1992 ซึ่งตัวภาพยนตร์ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ผู้อำนวยการสร้าง Joss Whedon ก็ชุบชีวิต Buffy ใหม่ในฉบับซีรี่ย์สที่ดังเป็นพลุแตก กลายเป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์สยอดฮิตของค่าย Fox ด้วยฤดูกาลฉายกว่า 7 ซีซั่น
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวนักเรียนไฮสคูลที่ชะตากำหนดให้เธอเป็นมือปราบแวมไพร์เพื่อต่อสู้กับอำนาจมืดที่ซ่อนตัวอยู่ในเมือง Sunnydale รัฐ California
สำหรับอัลบั้มนี้มาจากตอน Once More With Feeling ในซีซั่นที่ 6 ของซีรี่ย์สซึ่ง Buffy และเพื่อนๆต้องสืบหาว่าทำไมทุกคนในเมือง (รวมถึงพวกเธอเอง) ต้องลุกขึ้นมาเต้นและร้องเพลงอยู่บ่อยครั้ง พร้อมทั้งเรื่องที่มีคนตายเพราะไฟลุกเนื่องจากการเต้นไม่หยุด ทำให้เธอต้องรีบหาผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
ด้วยเหตุนี้ตอนพิเศษนี้จึงเปรียบเสมือน Musical Episode ตามฉบับละคร Broadway ที่นักแสดงทุกคนในเรื่องได้ทั้งร้องทั้งเต้นเองซึ่งในส่วนของเพลงขับร้องก็ได้ถูกบันทึกลงในอัลบั้มนี้ทั้งหมด รวมทั้งในส่วนของ Score ที่แต่งโดยคอมโพเซอร์ Christophe Beck
ในส่วนของเพลงที่ขับร้องโดยนักแสดงเหล่านี้ผมขอไม่กล่าวอะไรมากนอกจากให้คุณได้ลองฟังกันเอง แต่รับประกันว่าฟังเพลินและสนุกสนานแน่นอน
นอกจากแทร็ค 1-19 ที่เป็นเพลงร้องและ Score จากตอน Once More With Feeling ในอัลบั้มยังมีอีก 4 แทร็คเป็นแทร็คพิเศษแถมมาให้ด้วย
แทร็คที่ 20-22 เป็น Score จากซีซั่นที่ 5 โดย Christophe Beck ได้แก่ Willow's Nightmare / First Rage / Chain Of Ancients เพลงชุดจากตอน Restless ซึ่งเป็นดนตรีชวนหลอนด้วยเปียโน ซินธิไซเซอร์ และเสียงร้องโหยหวน
Silent Night/First Kiss / Enter The Gentlemen / Schism เพลงชุดจากตอน Hush ที่ยังคงชวนหลอนคล้ายเพลงที่แล้ว แต่มีการใช้ดนตรีและเสียงร้องโหยหวนที่หนักแน่นกว่า ส่งผลให้ Score มีความระทึกยิ่งขึ้น
Sacrifice เพลงนี้สะเทือนอารมณ์ที่สุด ด้วยความที่เพลงถูกใช้ตอนที่ Buffy ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อปิดประตูนรก(แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ถูกคืนชีพกลับมาอีกในซีซั่นที่ 6 อยู่ดี) เริ่มต้นการบรรเลงด้วยเปียโนไปจนถึงท่อนบูมใกล้ๆกลางเพลงแล้วจึงค่อยๆชลอจังหวะลง แล้วจบด้วยท่อนเปียโนอีกครั้ง
ปิดอัลบั้มด้วยเพลง Something To Sing About อีกครั้งในเวอร์ชั่น Demo ที่ขับร้องโดย Kai Cole ร่วมด้วยสามีของเธอและผู้อำนวยการสร้างซีรี่ย์ส Joss Whedon มาเป็นผู้เล่นเปียโนและขับร้องในช่วงท้าย (คู่นี้ช่วยเหลือกันดีจริงๆ)
อีกหนึ่งอัลบั้มที่แฟนๆซีรี่ย์ส Buffy และ Angel ไม่ควรพลาด สำหรับผู้ที่ชื่นชอบละครหรือหนังเพลงต่างๆ ผมก็ขอแนะนำอัลบั้มนี้ให้คุณได้เอาไปฟังพิสูจน์ฝีมือทีมงานและนักแสดงซีรี่ย์สเรื่องนี้กันว่าเจ๋งขนาดไหน

ปล. Top 5 เพลงขับร้องโดนใจคนเขียนรีวิว
1. Walk Through The Fire
2. Something To Sing About
3. Under Your Spell
4. Standing
5. Rest In Peace

VA - Buffy The Vampire Slayer: Once More With Feeling OST
http://up2u.in.th/index.php/files/get/tNLPWL_qt4/buffy-the-vampire-slayer-once-more-with-feeling.rar
(Mp3 / 192kbps)

Watch This Episode Here: http://www.clipmass.com/movie/187936673347606


Robert J. Kral - Angel: Live Fast, Die Never OST

click to comment

Tracklist
1. Angel Main Theme [The Sanctuary Extended Remix]
2. Start The Apocalypse
3. The End of the World
4. Massive Assault
5. Home
6. Hero
7. Judgement & Jousting
8. Birth of Angelus
9. Rebellion
10. The Trials for Darla
11. Dreaming of Darla
12. Untouched / Darla's Fire
13. Darla's Sacrifice
14. Welcome to Pylea
15. Through the Looking Glass
16. Castle Attack
17. Cordy Meets Fred
18. Princess Cordelia
19. Farewell Cordelia
20. I'm Game
21. Touched
22. L.A. Song
23. Lady Marmalade
24. It's Not Easy Being Green
25. A Place Called Home
26. Bonus Track: Angel Opening Theme (Original Version)
27. Bonus Track: Angel Main Theme (KMN LongCut)

Angel เป็นซีรี่ย์สที่แยกออกมาจาก Buffy The Vampire Slayer ซีรี่ย์สยอดฮิตของค่าย Fox สำหรับเรื่อง Angel มีการฉายทั้งหมด 5 ซีซั่น เรื่องราวในซีซั่นแรกดำเนินหลัง Buffy ซีซั่น 3 (และช่วงเวลาเดียวกันกับ Buffy ซีซั่น 4) แน่นอนว่าแวมไพร์ผู้มีวิญญาณอย่าง Angel ที่เป็นตัวประกอบในซีรี่ย์ส Buffy ได้เป็นตัวเอกกับเค้ามั่ง
ระดับความสนุกของเรื่องนี้ก็ไม่แพ้ Buffy ขณะที่ตัวละครบางคนในเรื่อง Buffy ก็มาอยู่ในเรื่องนี้ เช่น Wesley, Cordelia เป็นต้น พร้อมทั้งตัวละครใหม่อย่าง Gunn, Fred, Lorne ที่เข้ามาผนึกกำลังต่อสู้อำนาจมืดใน L.A. (Los Angeles) และบริษัท Wolf, Ram & Hart ก็คือศัตรูผู้หวังหาผลประโยชน์จากตัว Angel เอง
20 แทร็คแรกเป็นเพลง Score จากซีรี่ย์สทั้ง 5 ซีซั่น ในส่วนนี้รับผิดชอบโดยคอมโพเซอร์ 3 ท่าน ได้แก่ Darling Violetta ผู้แต่งเพลงธีมเปิดเรื่อง, Robert J. Kral คอมโพเซอร์ประจำจากซีรี่ย์ส, และ Christophe Beck คอมโพเซอร์ประจำจากซีรี่ย์ส Buffy สำหรับเครื่องดนตรีที่นำมาใช้หลักๆ คือ ดนตรีออเคสตร้าและซินธิไซเซอร์ ซึ่งแต่ละเพลงที่ทำออกมาก็ฟังดูดีไม่แพ้หนังใหญ่กันเลยทีเดียว
Angel Main Theme คือเพลงเปิดซีรี่ย์สที่มีไวโอลินเป็นตัวเอก สำหรับเวอร์ชั่น Sanctuary Extended Remix นี้ได้ตัดต่อให้ยาวขึ้นพร้อมเสียงร้องเพิ่มเติม สำหรับเวอร์ชั่นดั้งเดิม ผมก็ได้แถมให้ทั้งแบบสั้นและแบบยาว คิวต่อไปเรามาดูผลงานของ Robert J. Kral กันเลย
เริ่มต้นด้วยเพลงฉากต่อสู้ประจำซีรี่ย์ส Start The Apocalypse ที่ดุดันหนักแน่นแฝงความหม่น บรรเลงด้วยดนตรีออเคสตร้าที่เข้าจังหวะอย่างดีกับเสียงจากซินธิไซเซอร์แถมและคอรัสอันน่าสะพรึง เพลงนี้ผมยกให้เป็นเพลงเด่นของอัลบั้มเลย
Massive Assault สร้างความระทึกด้วยซินธิไซเซอร์และเพอคัสชั่น Home เพลงเปียโนฟังสบายที่แฝงไปด้วยความอาลัย
Hero เพลงนี้ถูกใช้ในตอนหนึ่งของซีซั่นแรกที่ตัวละครตัวหนึ่งยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเผ่าพันธุ์ของเขาจากการสังหารหมู่ การเปิดแล้วปิดเพลงด้วยเสียงร้องสุดเศร้าของหญิงสาวและจังหวะระทึกในช่วงกลางสื่ออารมณ์ถึงฉากนี้ในซีรี่ย์สอย่างดี ผมจึงยกให้เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงเด่นของอัลบั้ม
Birth of Angelus เพลงที่เกี่ยวกับการกำเนิดของแวมไพร์ตัวเอกของเรื่อง โดดเด่นกับการบรรเลงไวโอลินและการใช้เสียงร้องของหญิงสาวมาเพิ่มความหลอนกับเพลง Rebellion เพลงที่ทั้งหลอนและยิ่งใหญ่
Dreaming of Darla นี่คือเพลงหลอนสไตล์หนังแวมไพร์อย่างดี Welcome To Pylea เพลงนี้ฟังดูโบราณที่สุดในอัลบั้มแล้ว
Farewell Cordelia เพลงสั้นๆสะเทือนอารมณ์ที่เกี่ยวกับการจากไปของตัวละครที่แฟนๆซีรี่ย์สรู้จักดี
I'm Game เป็นงานเพลงสั้นๆชิ้นเดียวของ Christophe Beck แต่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความกล้าหาญ เพลงนี้แม้ถูกใช้สำหรับเปิดซีรี่ย์สซีซั่นแรก แต่ใช้ปิดงานเพลง Score ของอัลบั้มก็ฟังดูเท่ห์ไม่เบา
อีก 5 เพลงที่เหลือซึ่งเป็นเพลงร้อง ได้แก่ เพลงสุดมันส์ Touched จากวง Vast, เพลงกีตาร์ L.A. Song ซึ่งเพลงนี้ได้ Christian Kane ผู้รับบท Lindsay หนึ่งในตัวร้ายของเรื่องก็มาโชว์เสียงร้องให้เราฟัง
เพลงสุดฮิต Lady Marmalade ก็ถูกนำมาร้องใหม่โดย Andy Hallet นักแสดงผู้รับบทเป็น Lorne ปีศาจตัวเขียวนักอ่านใจฝ่ายดีรวมถึงนักร้องเสียงดี ส่วนอีกเพลงที่แต่งขึ้นมาเป็นพิเศษ It's Not Easy Being Green เป็นเพลงที่สื่อความหมายถึงตัวละครนี้ได้อย่างดี
ปิดอัลบั้มด้วย A Place Called Home เพลงแนว Country สุดไพเราะของนักร้องสาวชาวอเมริกัน Kim Richey เพลงนี้ถูกใช้เพื่อบอกลาตัวละครคนหนึ่งในซีซั่นสุดท้ายของซีรี่ย์ส
สำหรับแฟนๆซีรี่ย์ส Buffy และ Angel นี่คืออัลบั้มหวนระลึกถึงซีรี่ย์สเรื่องโปรดที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Robert J. Kral - Angel: Live Fast, Die Never OST
Part1
http://up2u.in.th/index.php/files/get/o9EW7qywIZ/angel-live-fast-die-never-1.rar
Part2
http://up2u.in.th/index.php/files/get/RrW5zIEwXW/angel-live-fast-die-never-2.rar
(Mp3 / 192kbps)


blog post Sean Callery - 24 OST
Posted in Soundtrack (Score) on Apr 29, 2009 at 8:29 AM
Current Mood: amused
Sean Callery - 24 OST

Tracklist
1. 24 Theme
2. Up and Down Stairs
3. L.A. at 9: 00 A.M.
4. Jack on the Move
5. Jack's Revenge at the Docks
6. Kim and Terry's Escape from the Safe House
7. Jack in the Limo
8. In Pursuit of Kyle
9. Salazar's Theme
10. Copter Chase Over L.A.
11. Jack Tells Kim He's Not Coming Back
12. Bomb Detonates
13. Palmer's Theme
14. Alexis
15. Coliseum Finale
16. Amnesia
17. Jack and Kim Trying to Reconnect
18. Season One Finale/Terry's Death
19. Season Three Finale/Jack's Humanity

อัลบั้มเพลงประกอบซีรี่ย์สแนวแอ็คชั่นดราม่า 24 ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรี่ย์สยอดฮิตของค่าย Fox กับเรื่องราวการหยุดภัยก่อการร้ายทุกรูปแบบภายในเวลา 24 ชั่วโมงแผ่นดินอเมริกาที่ผมพูดได้ว่าเลยว่าลุ้นทุกนาที
จากซีรี่ย์สที่ฉายไปแล้ว 7 ซีซั่น รวมทั้งภาค Redemption ที่เป็น Prequel ของซีซั่น 7 อัลบั้มนี้เป็นการรวมเพลง Score จากซีซั่น 1-3 โดยได้ Sean Callery มาแต่งเพลงประกอบซึ่งตอนนี้เขาก็เป็นคอมโพเซอร์ประจำซีรี่ย์สเรื่องนี้ไปเรียบร้อยแล้ว
เครื่องดนตรีที่นำมาใช้หลักๆเป็นพวกอิเล็กทรอนิกส์แกล้มด้วยเสียงดนตรีออเคสตร้าสุดลึกลับและเสียงหญิงสาวสุดหลอนอีกเล็กน้อย
เปิดอัลบั้มด้วยเสียง Tick ใน 24 Theme ซึ่งเป็นการรวมดนตรีประกอบส่วนใหญ่ที่ได้ยินกันในตอนแรกของซีรี่ย์ส เพลงนี้เด่นในช่วงท้ายกับเสียงเครื่องเป่าและซินธิไซเซอร์ซึ่งถูกใช้เป็น End Credit ประจำของซีรี่ย์สนั่นเอง เพลงแรกที่ผมขอแนะนำให้คุณลองฟังดู
Up and Down Stairs เพลงเทคโนสุดเร้าใจ Jack On The Move เพลงที่ค่อยๆเพิ่มดีกรีความระทึกด้วยเสียงเครื่องเคาะจนจบเพลง
Jack's Revenge at the Docks โดดเด่นกับเสียงร้องของหญิงสาวตลอดเพลง Kim And Terry's Escape From The Safe House เป็นเพลงสุดระทึกที่เปิดตัวด้วยเสียงโหยหวนสุดหลอนกับดนตรีแนว Heavy Metal
In Pursuit Of Kyle อีกหนึ่งเพลงที่ค่อยเพิ่มดีกรีระทึกไปกับเสียงดนตรีสังเคราะห์ Salazar Theme ธีมสุดลึกลับของหนึ่งในตัวร้ายของซีซั่น 3
Copter Chase Over L.A. จากการเรียบเรียงดนตรีอย่างมีสไตล์ นี่คือเพลงฉากไล่ล่าที่โดดเด่นที่สุดของอัลบั้ม Jack Tells Kim He's Not Coming Back ดนตรีเบาๆซึ้งๆคลอเสียงเปียโน
Palmer's Theme ธีมตัวละครประธานาธิบดีผิวสีคนแรกในซีรี่ย์สที่ฟังแล้วให้อารมณ์รักชาติ Alexis อีกธีมของตัวร้ายจากซีซั่น 1 เพลงนี้เล่นเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ได้ค่อนข้างเท่ห์และมีสไตล์
Jack And Kim Trying To Reconnect อีกหนึ่งเพลงที่เกี่ยวกับตัวเอกของเรื่องและลูกสาว เพลงนี้จึงเป็นอีกเพลงเบาๆซึ้งๆคลอเสียงเปียโนแต่เพิ่มเครื่องเป่ามาใช้นิดหน่อย
Season One Finale, Terry's Death เพลงตอนท้ายของซีซั่นหนึ่งที่ระทึกในช่วงต้นเพลงแล้วจึงค่อยจังหวะให้ช้าลงและจบลงด้วยท่อนเปียโนอารมณ์เศร้า สุดท้ายก็ปิดอัลบั้มอย่างมีความหวังด้วยเพลง Season Three Finale, Jack's Humanity
แม้จะเป็นเพียงเพลงประกอบซีรี่ย์ที่ฉายเฉพาะทางทีวี งานเพลงก็ไม่ได้ด้อยคุณภาพแต่อย่างใด Sean Callery สามารถใช้ประโยชน์จากดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเต็มที่และการสร้างสรรค์ดนตรีที่เข้าถึงอารมณ์ของซีรี่ย์สทำให้เขาสามารถเป็นคอมโพเซอร์ซีรี่ย์สชุดนี้แบบผูกขาดเช่นเดียวกับ Mark Snow และงานเพลงของเขาในซีรี่ย์ส The X-Files
ส่วนแฟนๆซีรี่ย์ส 24 ก็ไม่มีเหตุผลใดที่คุณควรจะพลาดอัลบั้มนี้ โดยเฉพาะ 24 Theme ที่เป็นเพลงเอกลักษณ์ของซีรี่ย์สเลย

Sean Callery - 24
http://up2u.in.th/index.php/files/get/l7PD_I9YZ-/24-ost.rar
(Mp3 / Bitrate 192kbps)

Listen To "24 Theme" Here: http://www.clipmass.com/movie/208478085158199
Making Of "24" Score By Sean Callery: http://www.clipmass.com/movie/20340580186122


blog post Hans Zimmer - The Weather Man OST (Expanded Score)
Posted in Soundtrack (Score) on Apr 26, 2009 at 6:41 AM
Current Mood: amused
Hans Zimmer - The Weather Man OST (Expanded Score)

Tracklist
CD 1
1 Grown-Up
2 Disappointed
3 Monochrome
4 Fate
5 A Tragic Hero
6 Love, And Trust
7 Every Day
8 Existence
9 Frustrations
10 Depression
11 It's Too Late
12 To New York City?
13 Shelly, My Daughter
14 Noreen
15 Health Problems
16 Pling Plong
17 My Father
18 Morning News
19 A Little Effort
20 Out Of Control
21 To Get A Grip
22 You Should Carry More
23 Visions Of SpongeBob
24 Refleshing
25 Robert King Spritzel
26 Family
27 I Can It Get Together

CD2
1 Living Funeral
2 Hot Apple Pie
3 Melanchromy
4 Trust
5 Archery Lesson
6 Tartar Sauce
7 New York
8 Mini Bar
9 A Living Funeral
10 Fast Food
11 There's Always Looking After
12 Who Knows?
13 Reduction
14 Hello America

David Spritz นักข่าวพยากรณ์อากาศของสถานีโทรทัศน์ประจำท้องถิ่นใน Chicago ที่กำลังไปได้สวยกับอาชีพของเขา แต่ชีวิตส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับพ่อ, ภรรยาเก่า, ลูกทั้งสองคนของเขาล้วนกลับไม่รุ่งเหมือนอาชีพ วันหนึ่งที่เดฟได้รับข้อเสนอสำหรับงานใหม่กับรายการ Hello America คำถามใหญ่เกิดขึ้นในใจของเขาทันทีว่าเขาควรมุ่งหน้าสู่นิวยอร์คเพื่อหาความสำเร็จแบบคนอเมริกันหรืออยู่กับครอบครัวที่ Chicago
ภาพยนตร์ดราม่าของผู้กำกับ Gore Verbinski ได้คอมโพเซอร์อย่าง Hans Zimmer ผู้เคยร่วมงานกับผู้กำกับท่านนี้มาแล้วใน Pirates of the Caribbean และ The Ring ร่วมด้วย James S. Levine รับหน้าที่แต่ง Score และบันทึกเสียงเพิ่มเติม มาสร้างความแปลกให้เรื่องนี้ขึ้นไปอีกกับดนตรีดราม่าหม่นๆมัวๆแต่แฝงไปด้วยความเพี้ยน
อัลบั้มนี้ไม่ได้วางจำหน่ายในตลาดจริง ดังนั้นที่ผมเอามานี้ก็เป็น Expanded Score (หรือ Complete Score แล้วแต่จะเรียก) ที่มีคนลงไว้ในอินเตอร์เนทก่อนหน้านี้
สำหรับดนตรีของเรื่องนี้ Hans Zimmer เลือกใช้ซินธิไซเซอร์สร้างสรรค์เสียงสังเคราะห์ เช่น เสียงเคาะ เสียงลมพัด เสียงกลอง เป็นต้น พร้อมกับเครื่องดนตรีเพิ่มอารมณ์อีกเล็กน้อยอย่างเปียโน เชลโล่(รวมถึงเชลโล่ไฟฟ้า) และกีตาร์ไฟฟ้า (ส่วนนี้ผู้กำกับ Gore Verbinski เล่นเองด้วย)
จุดที่น่าเสียดายของอัลบั้ม คือ เพลงในอัลบั้มค่อนข้างเยอะแต่ส่วนใหญ่สั้นเอามากๆ ผมเลยขอรีวิวเฉพาะเพลงที่เด่นจริงๆสำหรับผมละกัน
แผ่นที่ 1:
Monochrome เพลงแนะนำธีมหลักทั้งหมดของอัลบั้มแบบรวบรัด ต่อมา To New York City เพลงฟังสบายๆกับการเรียบเรียงดนตรีสังเคราะห์ที่ได้อารมณ์เหมือนกำลังเดินทางไปที่ไหนซักแห่ง
Shelly, My Daughter โดดเด่นด้วยท่อนกีตาร์ไฟฟ้า บ่งบอกลักษณะนิสัยที่กระด้างของตัวละครได้อย่างดี Pling Plong ดนตรีเหงาๆแบบไม่หลอนที่ฟังเพลินไปกับเสียงเครื่องเคาะเบาๆจังหวะลอยๆ
A Little Effort เพลงรัวเสียงสังเคราะห์สุดกวนที่ให่ความรู้สึกพิลึกสุดๆ Visions Of SpongeBob อีกหนึ่งเพลงสุดเหงาเวิ้งว้างกับจังหวะลอยๆที่แฝงอารมณ์หม่นเข้าไปด้วย
แผ่นที่ 2:
Hot Apple Pie เพลงสั้นๆแต่ฟังดูไพเราะไม่เบาด้วยเสียงเชลโล่ เปียโน และกีตาร์ไฟฟ้าที่เล่นรวมกันในช่วงท้าย
Melanchromy เพลงอารมณ์เหงาคลอเสียงเปียโน Archery Lesson อีกหนึ่งเพลงรัวเสียงสังเคราะห์สุดกวนที่เปิดตัวแบบหนักเครื่องกันเลยทีเดียว
A Living Funeral, Fast Food และ There's Always Looking After เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองคล้ายคลึงกัน แตกต่างเพียงเสียงเชลโล่ไฟฟ้าที่ดัง-เบาต่างกันไป โดยรวมทั้งสามเพลงนี้ให้อารมณ์ที่ค่อนข้างเศร้าหมองและอบอุ่น(!?) โดยเฉพาะท่อนเปียโนซึ่งประยุกต์มาจากเพลง Melanchromy ในช่วงท้ายที่กินใจสุดๆ
Hello America เพลงปิดท้ายอัลบั้มหรือ End Credit ของหนังที่ผมยกให้เป็นเพลงที่เด่นที่สุดของอัลบั้ม เพลงนี้เป็นการนำธีมทั้งหมดของอัลบั้มมาเรียบเรียงใหม่ให้ยาวกว่า 6 นาทีในทำนองเพลง Pop ที่ฟังแล้วรู้สึกสดใสและมีความหวังยังไงยังงั้น
แม้จะเป็นมองว่าเป็น Score แนวดราม่าสั้นๆธรรมดาๆ แต่เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นและซินธิไซอร์ที่ Hans Zimmer เลือกมาใช้ร่วมกันถือว่าเพิ่มมิติให้กับแต่ละเพลงได้อย่างดี ส่งผลให้ดนตรีประกอบสามารถสื่อถึงบรรยากาศโดยรวมของหนังได้อย่างดี สำหรับอัลบั้มนี้แค่ได้ฟังเพลง Hello America ก็คุ้มแล้วครับ

Hans Zimmer - The Weather Man OST (Expanded Score)
http://up2u.in.th/index.php/files/get/j-JWCz1CRy/the-weather-man-expanded-score.rar
(Mp3 / Bitrate 192kbps)

Watch The Movie Here: http://www.clipmass.com/movie/1236963129130180
ชมเบื้องหลังงานเพลงที่นี่: http://www.youtube.com/watch?v=nxGf6eY6egw
ชมมิวสิควิดีโอ Hello America ได้ที่นี่: http://www.youtube.com/watch?v=dfTnlgm0rRQ


1 2 3 4 Next

RssFeed

Blogroll