login
NOON Soul Mate Do It Or Die


Smileupload Free Image Hosting Picture Image Upload

“เพลงอินดี้” เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้ว่า เพลงอินดี้ คืออะไร? หมายถึงอะไร? โดยรากศัพท์ เพลงอินดี้ มาจากคำว่า Independent หมายถึง อิสระ ดังนั้นตามความหมายแล้ว เพลงอินดี้ หรือดนตรีอินดี้ก็คือดนตรีที่ผู้ผลิตคิดเองและทำเองอย่างมีอิสระ ปัจจุบันคำว่า เพลงอินดี้ ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปทำความรู้จักกับแฟนเพลงที่เบื่อดนตรีแนวเดิมๆ อยากหาสิ่งแปลกใหม่

เพลงอินดี้ (อิสระ) มาจากวงดนตรีอิสระ และนักดนตรีอิสระ (Independent Music from Independent Bands and Independent Musicians) น่าจะเป็นคำจำกัดความของความเป็น “อินดี้” ที่รวบรัด

ต้นกำเนิด “เพลงอินดี้” เกิดขึ้นมาจาก…

ในยุคหนึ่งของวงการเพลง มีแต่แนวดนตรีสไตล์เดิมๆ ทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่มีรสนิยมการฟังเพลง ไม่ชอบอะไรซ้ำซาก คนกลุ่มนี้จึงพยายามแหวกแตกต่าง พูดง่ายๆ ก็คือต่อต้านกระแสหลัก หันไปทำดนตรีอะไรที่ตัวเองชอบ ทำให้ดนตรีมีแนวหลากหลายมากขึ้น

แต่ทุกวันนี้คนสับสนกันมาก กับคำว่า “เพลงอินดี้” จริงๆ แล้ว คำว่าอินดี้มันเป็นระบบการทำงาน ที่ว่าไม่ยึดติดค่าย มีอิสระในการทำงานสูง ไม่ใช่แนวเพลงใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนคนสับสนคิดว่า Chill Out คือชื่อแนวเพลง ซึ่งความจริงมันเป็นอารมณ์ต่างหาก ดังนั้นเพลงอินดี้ อาจเป็น แร๊ป ร๊อค ฮิปฮอป อิเล็คโทรนิก้า ดรัมแอนเบส ดั๊บ เฮฟวี่เมทัล ฯลฯ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่อินดี้…เพราะเพลงอินดี้คือชื่อระบบการทำงาน

เมื่อดูจากความเป็นมา ดนตรีอินดี้ ได้มีส่วนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมดนตรีไปตลอดกาล และพร้อมที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าในทุกยุคสมัย

เพลงอินดี้ คือ นักร้องหรือวงดนตรีที่ทำงานในการสร้างสรรค์ดนตรีและบทเพลงออกมาจากมันสมองอย่างหนักเหนื่อย แต่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ไม่เคยสนใจ วิทยุก็ไม่เคยเปิดเพลงให้ เพราะเป็นศิลปินหน้าใหม่ไม่มีชื่อเสียง และถ้าอยู่ภายใต้สังกัดค่ายเพลงอินดี้เป็นอิสระด้วยตัวเอง ยิ่งไม่มีทางเลย

เพราะมีเพียงบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่แห่งที่มีอำนาจควบคุมตลาดเพลงอยู่ สาเหตุหนึ่งเพราะพวกเขาได้ก่อร่างสร้างอุตสาหกรรมเพลงและธุรกิจในสายนี้ขึ้นมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก จนทำให้เป็นองค์กรทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุด

หากดูความหมายดั้งเดิม “เพลงอินดี้” หมายถึง งานเพลงของวงดนตรีที่ออกกับค่ายเพลงอิสระ แต่ปัจจุบันได้แปรผันเป็นแนวดนตรีที่ออกกับค่ายยักษ์ใหญ่ก็ได้ โดยตลาดจะเป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษาหรือผู้ใหญ่ที่ต้องการฟังสิ่งที่ดีและใหม่กว่าที่มีอยู่ในท้องตลาด ไม่ใช่กระแสหลัก และไม่เดินตามก้นคนอื่น ไม่ใส่ใจในบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในเวลาเดียวกัน อยู่เหนือทุกๆ สิ่ง

ที่จริงแล้ว ขอบข่ายของ “Independent” ที่ใช้กันบ่อยแบบหยาบๆ กว้างๆ มีหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นค่ายเพลงแยกย่อยของบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่ ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นอิสระไปทั้งหมด หรือเป็นค่ายเพลงเล็กๆ ในบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่เช่นกัน แต่เจาะจงทำขึ้นมาเพื่อรองรับศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์เป็นกรณีพิเศษเท่านั้น หรือค่ายเพลงอิสระที่อาศัยเครือข่ายการบริหารจัดการและจัดจำหน่ายของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ หรือค่ายเพลงที่เรียกดนตรีของตัวเองว่า อินดี้ มิวสิค ซึ่งอาจจะมีระบบที่เป็นแบบค่ายเพลงยักษ์ใหญ่หรือแบบค่ายเพลงอิสระก็ได้ หรือค่ายเพลงอิสระที่แตกต่างกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่หรือกระแสหลักแบบจริงๆ

เพราะโดยหลักของความเป็นอิสระหรืออินดี้แล้ว ไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจอุตสาหกรรมดนตรี เพียงแต่ต้องการเป็นนายของตัวเอง และหลีกเลี่ยงระเบียบแบบแผนที่ของบริษัทเพลงซึ่งใช้กันอยู่ประจำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุนหรือการเข้ามาบังคับกะเกณฑ์ในตัวงาน การใช้บริการของหน่วยธุรกิจใหญ่ๆ บางครั้งก็จะช่วยให้ทำในสิ่งที่ต้องการให้มีความเป็นไปได้ และยืนอยู่ในฐานะอิสระ เพราะ ‘อินดี้’ ไม่ใช่คำที่เคร่งครัดตายตัว



blog post Lamborghini
Posted in Lamborghini on Apr 28, 2009 at 10:19 PM

ประวัติของFerrai ... Ferrari ได้ก่อตั้งขึ้นโดยนาย Enzo Ferrari ตั้งแต่ ปี 1929 โดยมีจุดประสงค์ต้องการที่จะทำเป็นอู่รถสำหรับทำรถเพื่อใช้ในการแข่งขัน motor sport เท่านั้น และหลังจากนั้นอีก 10 ปีต่อมา Enzoo Ferrari จึงได้ก่อตั้งบริษัท Ferrari ขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ motor sport ภายใต้ Brand Ferrari ของเขาเอง แต่หลังจากที่ตั้งได้ไม่นานก็เกิดสงครามโลกขึ้นและผลของสงครามโลก...ทำให้ โรงงานของ Ferrari ได้รับความเสียหายอย่างมากจากการถูกทิ้งระเบิด พอสงครามสงบลง นาย Enzo Ferrari ได้ทำการเปิดโรงงานใหม่อีกครั้ง โดยได้ดำเนินการต่อไป ดังนี้
- ปี 1946 Ferrari กลับมาเปิดโรงงานผลิตรถยนต์อีกครั้ง โดยยังคงเป้าหมายหลักคือผลิตรถยนต์ประเภท Motor Sport
- ปี 1969 Enzo Ferrari ได้ขายหุ้น 50% ให้กับ บริษัท Fiat ทำให้ Ferrari ต้องเปลี่ยนชื่อ บริษัทใหม่เป็น Ferrari S.p.A. Esercizio Fabbriche Automobili e Corse
- ปี 1988 Fiat Group's ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของ Ferrari กว่า 90% โดยตระกูล Ferrari เหลือหุ้นเพียง 10% เท่านั้น และตั้งแต่ ปี 1989 เป็นต้นมาFerrari ก็เป็นที่รู้จักในชื่อของ บริษัทFerrari S.p.A. ..อีกอย่าง ไมเคิล ชูมัคเกอร์ ใช้รถของ Ferrari แข่งใน formula1 ด้วยนะจะบอกให้

จาก Lamborghini 350 GT ซึ่งเป็น Lamborghini รุ่นแรกของโลก แบรนด์รถหรูสัญชาติอิตาลี กว่า 40 ปีที่ผ่าน รูปทรงรถหรูสไตล์กระทิงได้เผยแพร่ชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก และ 14 ปีที่แล้วได้นำเข้าสู่เมืองไทยผ่านบริษัท นิช คาร์ จำกัด ซึ่งเป็นดีลเลอร์อย่างเป็นทางการ

ด้วยรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียว ประดุจกระทิงและสีสันอันร้อนแรง ถือเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่โดดเด่น และสะดุดตาต่อผู้พบเห็นและยังความภาคภูมิใจแก่ผู้เป็นเจ้าของ แม้จะมีให้เห็นในเมืองไทยไม่มากนักแต่กลุ่มคนรักรถ supercar เหล่านี้ยอมทุ่มเงิน 20 กว่าล้านบาทเพื่อเป็นเจ้าของ

ราคาเทียบเท่ารถญี่ปุ่น 30 คัน!!

Did you know?

Lamborghini มีสัญลักษณ์เป็นรูปกระทิง อันสื่อถึงพลัง ดุดัน และก่อเกิดความฮึกเหิม แต่เป็นรถ supercar สัญชาติอิตาลี เป็นรถ pure sport – middle engine ขับเคลื่อน 4 ล้อ 500 และ 600 แรงม้า มีหลายรุ่นนับแต่เริ่มทำตลาดเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คือเอกลักษณ์แห่งการจดจำ คือประตูปีกนกและรูปทรงมีเหลี่ยมมีมุม บ่งบอกถึงความโฉบเฉี่ยวและสีสันอันร้อนแรง คือสีเหลืองและสีส้มสดอันเป็นเสมือน color brand

Heritage

Ferrucico Lamborghini เกิดที่ Renazzo ในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้เมือง Bologna ในปี 1916 โดยบิดาเป็นชาวนา แต่เขาหาสนใจใคร่รู้ในอาชีพนี้ไม่ เขากลับทุ่มเทความสนใจไปที่เรื่องเทคโนโลยีและเครื่องยนต์กลไก เขาจบการศึกษาด้านเทคนิคที่ Bologna นั่นเอง เขาเคยซื้อรถเก่าจากกองทัพเพื่อนำมาดัดแปลงเป็นรถแทร็กเตอร์ และผู้คนต่างให้ความสนใจ โดย Lamborghini Tractor ถูกผลิตขึ้นในปี 1959 นั่นเอง และทำให้เขามั่งคั่งขึ้นมาได้ และขยายไลน์ไปสู่การผลิตเครื่องให้ความร้อนและเครื่องปรับอากาศ จากนั้นเข้าสู่การผลิตเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาให้ความเสน่หาตลอดมา แต่กลับถูกรัฐบาลหยุดยั้งด้วยการไม่ให้ใบอนุญาต และเป็นจุดหักเหให้เขาหันมาผลิตรถยนต์แทน การกำเนิดของรถ Lamborghini เกิดขึ้นเพื่อต้องการเผชิญหน้ากับ Enzo Ferrari ผู้ให้กำเนิด Ferrari ที่เคยกล่าวกับเขาไว้ว่า "You know how to drive a tractor, but you will never learn to drive a Ferrari!" โดยเขาเปิดโรงงานผลิต Lamborghini ในปี 1963 และเข้าสู่ตลาดในปี 1964 นอกจากนี้ยังขยายไลน์ธุรกิจสู่อุตสาหกรรมไวน์ ในนาม "Sangue di Miura" (Blood of the Bull) เขาเสียชีวิตในปี 1993 เมื่ออายุได้ 76 ปี

ข้อมูลจาก http://www.positioningmag.com/magazine/Details.aspx?id=44527





RssFeed