login
atommic นอนพักทั้งวัน ตื่นมาหน้าบวมๆยังไงพิลึก
RssFeed

Featured Song

To listen to music and watch video on imeem, you'll need at least Macromedia Flash Player 9 and JavaScript enabled in your browser.

Featured Music Playlist

To listen to music and watch video on imeem, you'll need at least Macromedia Flash Player 9 and JavaScript enabled in your browser.

About

Blog Posts

บันได 5 ขั้น สู่ชีวิตใหม่ ที่มีค่าและเป็นสุข



บันไดขั้นที่ 1 มองตัวเองว่าดีและมีค่าทุกวัน ในแต่ละวันให้นึกถึงความดี และความโชคดีของตนเอง เริ่มต้นด้วยการ……..
1. ตื่นนอนตอนเช้า ให้ยิ้มกับตัวเอง และนึกว่าโชคดีที่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
2. ให้นึกถึงความดีของตนเอง ที่เคยทำมาแล้วในอดีต (ที่สามารถนึกได้ง่ายๆ) เช่น เคยทำบุญ เคยช่วยคนที่อ่อนแอกว่า เคยสงเคราะห์สัตว์ ฯลฯ คิดว่าตัวเองดี และมีคุณค่าที่ได้เคยทำสิ่งดีๆ และให้นึกซ้ำๆ จะได้เกิดความเชื่อตามที่นึกนั้น คุณก็จะเกิดความอิ่มเอิบใจ และเชื่อว่าตัวเองมีความดี ความเก่ง ตามความเป็นจริงในขณะนั้นด้วย คุณจะเกิดความอยากมีชีวิตอยู่ และสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป และ
3. ต้องอวยพรตัวเองเสมอๆ อย่าแช่ง หรือตำหนิตัวเอง และอย่ารอให้คนอื่นมาชื่นชมคุณ ซึ่งมักจะไม่ได้ดั่งใจ หรือได้มาก็ไม่สมใจ

บันไดขั้นที่ 2 มองคนอื่นดี มองโลกในแง่ดี
ขั้นนี้คุณจะต้องมองว่า…..
1. ทุกๆ คน มีขีดจำกัดของความสามารถ ความดี ความเก่งกันทุกคน ตามความเป็นจริงของเขา ซึ่งไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกันเลย
2. ส่วนความไม่ดี หรือไม่เก่งของเขา (ซึ่งมีกันทุกคน) ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาไป ให้มองเฉพาะส่วนที่ดีของเขาเท่านั้น ถ้าคุณทำได้เช่นนี้ คุณก็จะเป็นคนที่มองอนาคต และชีวิตดี มีความหวังที่ดีในชีวิตตลอดเวลา สองสิ่งนี้ ถ้าคุณทำเป็นนิสัย คุณจะพบว่า โลกนี้มีสิ่งที่ดีๆ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆ และท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นสุขนิยมทั้งชีวิต

บันไดขั้นที่ 3 ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
คือ…..
1. การอยู่กับปัจจุบัน ทำกิจกรรมในวันนี้และเวลานี้ให้ดีที่สุด ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ทุกข์ร้อน หรือคาดหวังกับผลลัพธ์ของมัน ไม่ว่าจะสมใจ หรือไม่สมใจก็ตาม
2. จงชื่นชมในความตั้งใจ ทำเต็มความสามารถของตนเอง และคิดต่อว่า ในอนาคตจะต้องทำให้ดีกว่านี้ นอกจากนั้น
3. คุณต้องเลิกจดจำ หรือนึกถึงเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดกับคุณในอดีต เพราะการจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีต เท่ากับคุณไปสะกิดแผลในใจ และจะทำให้คุณเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น จนส่งผลให้ปัจจุบันคุณไม่มีความสุข และกลัวว่าอนาคตจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีซ้ำๆ อีก

บันไดขั้นที่ 4 มีความหวังและเชื่อว่าอนาคตจะดีเสมอ
ความหวัง ความเชื่อ เกิดจากความคิดถึงบ่อยๆ หรือได้ยินบ่อยๆ
1. จงนึกและบอกกับตัวเองเสมอว่า อนาคตจะดีขึ้นอีกเรื่อยๆ จะส่งผลให้เกิดกำลังใจมากขึ้น อยากพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตโดยไม่กลัว
2. มีอารมณ์ขัน และไม่จริงจังกับชีวิตมากนัก แต่จะมีความหวังที่ดีๆ (Good Hope) อยู่เสมอ แต่อย่ามีความคาดหวัง ( Expectation) กับชีวิต เพราะถ้าคาดหวังกับชีวิต เรามักจะกลัว หรือกังวลว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ดังความคาดหวัง หรือเมื่อได้มาแล้วก็มักไม่พอใจ จึงอาจทำให้เกิดทุกข์ได้

บันได้ขั้นที่ 5 ปรับปรุงตัวเองเสมอ
โดยปรับปรุง 4 ส่วนที่มีความสำคัญต่อชีวิต คือ


1. การงาน ให้มีความขยัน อดทน หมั่นหาความรู้ใส่ตัว และกล้าลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ควรทำ จะทำให้มีการลงมือทำสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตได้เรื่อยๆ และปรากฏเป็นผลงานที่ชัดเจน

2. ครอบครัว จะต้องยึดหลักที่เป็นมงคลต่อกันคือ ไม่อิจฉา ไม่ระแวง ไม่แข่งขัน ไม่นอกใจ รู้จักการให้และการอภัย มีน้ำใจ และรู้จักเกรงใจกัน

3. สังคม หมั่นสร้างมิตรเสมอ มีการให้ความสำคัญกัน ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และพูดจากันแบบปิยะวาจา

4. ตนเอง ต้องมีการพัฒนาตนเองเสมอ มีความภูมิใจตนเองตามความเป็นจริง สามารถให้กำลังใจตัวเองได้ และมีกำลังใจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น







เวลาที่คุณทำบุญโดยการปล่อยสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์น้ำ ประเภทปลาซึ่งมีอยู่หลายชนิดนั้นซึ่งแต่ละ
> ชนิดมีความหมายในการทำบุญแตกต่างกันไป เรามาดูกันว่า ปลาแต่ละชนิดและสัตว์น้ำบางชนิด มี
> ความหมายในการทำบุญด้วยการปล่อยอย่างไร เพื่ออะไรบ้าง บางคนอาจปล่อยสัตว์เหล่านี้ตาม
> จำนวนมากกว่าอายุเรา 1 ปี หรือบางคนอาจยึดหลักตามกำลังวันเกิดของเราเอง
> ความหมายของการปล่อยสัตว์
> ปลาไหล หมายถึง การเงิน การงาน การเรียนจะราบรื่น
> ปลาหมอ หมายถึง เพื่อสุขภาพ
> ปลาบู่ หมายถึง ทดแทนผู้มีพระคุณ
> ปลาดุก หมายถึง ศัตรูคู่แข่งแพ้พ่าย
> ปลานิล หมายถึง ทรัพย์สินเพิ่มพูน
> ปลาช่อน หมายถึง ช้อนเงินทอง สิ่งที่ซ่อนเร้นจะได้พบ
> ปลาทับทิม หมายถึง ทำอะไรราบรื่น
> ปลาสวาย หมายถึง เงินทองคล่องตัว
> ปลาขาว หมายถึง ปลานำโชค
> ปลาจารเม็ด หมายถึง จะได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย
> ปลาใน หมายถึง ได้เป็นเจ้าคนนายคน
> ปลาดุกเผือก หมายถึง ปลามงคล
> ปลาดำราหู หมายถึง สะเดาะเคราะห์
> ปล่อยกบ หมายถึง ขออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวร
> หอยขม หมายถึง ทิ้งความขมขื่น จะร่มเย็นเป็นสุข
> หอยโข่ง หมายถึง หนทางโล่งเป็นผู้นำ ข้าทาสบริวารมาก
> ตะพาบ หมายถึง ภัยคุกคามต่างๆจะราบ อัมพาตจะดีขึ้น อายุมั่นขวัญยืน

> สำหรับผู้ที่เกิดแต่ละวัน มีเคล็ดในการทำบุญต่าง ๆ กันไป ดังนี้
> บุคคลใดที่เข้าสู่เบญจเพท อายุลงท้ายเลข 5 ,9 เช่น25 29 35 39 45 49 55 59
> เป็นต้น
> *... คนเกิดวันอาทิตย์ ให้ปล่อยปลาไหล
> *... คนเกิดวันจันทร์ ให้ปล่อยนก
> *... คนเกิดวันอังคาร ให้ปล่อยหอยขม
> *... คนเกิดวันพุธ ให้ปล่อยปลาไหล
> *... คนเกิดวันพฤหัส ให้ปล่อยเต่า
> *... คนเกิดวันศุกร์ ให้ปล่อยปลาหมอ
> *... คนเกิดวันเสาร์ ให้ปล่อยปลาไหล

> จำนวนสัตว์ที่ปล่อย ถ้ามีกำลังทรัพย์ ก็ให้มากกว่าอายุ สำหรับคนที่มีรายได้น้อยไม่สะดวก
> เรื่องเงิน ให้ถือเลขอายุลงท้ายเลข คู่ ให้ปล่อยสัตว์จำนวนเลขคี่ อายุลงท้ายเลขคี่ ให้
> ปล่อยสัตว์จำนวนเลขคู่
> *... อายุ 24 ปล่อยสัตว์จำนวน เลขคี่ 1 3 5 7 9 ..... ฯ
> *... อายุ 25 ปล่อยสัตว์จำนวน เลขคู่ 2 4 6 8 10 12 14 .....ฯ


> คำอธิษฐาน การปล่อยสัตว์
> ข้าพเจ้าชื่อ.........นามสกุล เกิดวันที่.....เดือน.พ.ศ......อายุ....ปี ได้ปล่อยสัตว์
> ...............จำนวน......ตัว ปล่อยเพื่อให้เป็นที่พึ่งแก่ตนเอง เพื่ออุทิศส่วนกุสลให้แก่
> ศัตรู และเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ตัวที่เป็นที่พึ่ง ขอให้นำความสุขและโชคลาภมาให้ข้าพเจ้า
> ตัวที่ให้กับศัตรูและเจ้ากรรมนายเวร จงนำเอาสรรพทุกข์ สรรพโศกสรรพโรค สรรพภัย สรรพ
> เคราะห์ เสนียดออกไปจากข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอให้พระแม่ธรณี พระแม่คงคา, เทพ
> เทวา เจ้าที่เจ้าทาง,หลวงพ่อโต,และพญานาคราช จงป็นสักขีพยานรับทราบกุศลเจตนาของ
> ข้าพเจ้า และคุ้มครองชีวิตสัตว์ให้ปลอดภัยจนสิ้นอายุขัย
> ด้วยอำนาจของกุศลผลบุญนี้ จงสะเดาะเคราะห์ร้ายของข้าพเจ้าให้กลับกลายเป็นดี มีความร่ม
> เย็นเป็นสุข ประสพความสำเร็จสมหวังในสิ่งที่พึงปรารถนา มีความเจริญก้าวหน้า มีชีวิตที่สดชื่น
> มีความสุขความเจริญ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปด้วยเทอญ. โดยหลักของธรรมชาติ พุทธศาสนาสอนให้
> เราเป็นคนดี คิดดีทำดี ปฏิบัติดีทั้งกาย วาจา ใจ เมื่อเราอยู่พื้นฐานของความถูกต้องแล้ว ปัญหา
> ย่อมไม่เกิดกับตัวเราแน่นอน .แต่ถ้าพูดกันถึงเรื่อง บุญ - กรรม คุณเชื่อหรือไม่ ? ...
> ในหนึ่งดวงชะตาที่กำเนิดเกิดขึ้นมาอยู่บนโลกใบนี้ ได้ถูกกำหนดมาแล้วว่า จะต้องมาเสวยบุญใน
> เรื่องใดบ้าง และชดใช้กรรมในเรื่องใดบ้าง เรื่อง บุญ กรรม ในคนบางคนอาจจะยังไม่เชื่อ
> เพราะยังพิสูจน์ไม่ได้ กว่าจะรู้ก็สายเกินแก้ไขซะแล้ว เมื่อยังไม่ประสบพบกับตนเอง ก็จะยังไม่
> เชื่ออยู่นั่นเอง .... ทุกคนที่เกิดมา มีหน้าที่ที่ต้องทำ ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว
> ต่อคนรอบข้างที่รักฯลฯ ... คำสอนของพระพุทธเจ้า ทันสมัยมาก ๆ ๆ ๆ คำว่าตนต้องเป็น
> ที่พึ่งแห่งตนนั้นนำมาใช้ในยุคโลกาภิวัทน์ ปัจจุบันนี้ได้ดี มีคุณค่าสูงยิ่ง ทุกคนที่เกิดมา ต้องพึ่งตน
> เองให้ได้ไม่เป็นภาระ เบียดเบียน ไม่สร้างปัญหาให้สังคมส่วนรวม อื่น ๆ ...และหมั่นเพียร
> สร้างบารมี เพิ่มเติมให้ตนเองมีบุญหนุนนำชีวิต การสร้างบารมี หมายถึง มีจิตเมตตาธรรมต่อผู้
> อื่น ช่วยเหลือผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่าเราโดยมิต้องหวังผลตอบแทน การช่วยเหลือผู้อื่น ตนเองต้อง
> ไม่เดือดร้อน พอประมาณ ตามอัตภาพที่พอจะทำได้ มิได้หมายถึงว่าต้องใช้เงินทองมากมาย
> สร้างกุศลแล้วตนเองจะได้บุญกุศลมหาศาล .และการที่รู้จักปฏิเสธบ้างในบางเรื่อง ก็หมายถึง
> หลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดตามมาในภายหลัง เมื่อรู้ว่าช่วยแล้วเราเดือดร้อน ก็ใช้สติพิจารณาสักนิด
> แก้ดวงอย่างไรนั่นหรือ แก้ที่พฤติกรรมตนเองนั่นแหละ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ถูกไม่ควรหันมา
> ทบทวนตนเองก่อน การแก้ดวงต้องแก้ที่ความคิด ไม่มีเทพเจ้าองค์ใดช่วยท่านได้ถ้าหากท่าน
> ประพฤติผิด *...การบูชาเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเสริมสร้างกำลังใจ และผลักดันให้เราคิดดี
> ทำดี นั่นเอง ข้าพเจ้าจะขอนำหลักการเสริมดวงชะตา ต่ออายุเพื่อความสิริมงคล ที่ทุกคนทำได้
> ไม่ยุ่งยากอะไร เป็นหลักของท่านอาจารย์แม่พรรณี ที่ท่านได้ให้เผยแพร่แก่สาธุชนทั้งหลาย...



> ในทุกปีเกิด คุณเกิดวันอะไร เช่น เกิดวันจันทร์ ปัจจุบันอายุเต็ม 41 ให้เตรียมดอกไม้สีขาว
> (กล้วยไม้ขาว นับดอกให้ได้มากกว่าอายุ ถือเลขมงคลสักนิด ลงท้ายด้วยเลข 9 เสมอ เตรียม
> ดอกไม้ขาว 49 ดอกรวมเป็นช่อให้สวยงาม เทียนขาว 49 เล่ม , ธูป49 ดอก (แพ
> คใส่ถุงให้เรียบร้อย), น้ำ 1 ขวด เงิน 49.- + 100 คือ149บาท ใส่ซองของทุกอย่าง
> เตรียมก่อนวันเกิด ในคืนวันอาทิตย์ นำของทุกอย่างใส่พาน บูชาพระพุทธเจ้าที่หิ้งพระในบ้าน
> ตนเอง จุดธูป 3 ดอก นะโม 3 จบ กล่าวคำขอพรต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอแสงสว่าง
> ทางปัญญา นำทางให้พบความสิริมงคล .... ฯลฯ อธิษฐานตามใจปรารถนา เช้ามืดตรงกับ
> วันจันทร์ วันเกิดของคุณ ให้นำของทุกอย่างนี้ใส่บาตรพระสงฆ์ 1 รูป พร้อมทั้งผลไม้ อาหาร
> มังสวิรัต ไม่มีเนื้อสัตว์ กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรตั้งแต่อดีตชาติ ถึงปัจจุบัน ให้มารับบุญกุศล
> ที่ข้าพเจ้าตั้งใจในวันนี้ ... วิธีนี้เรียกว่าการเสริมดวง ต่อดวงชะตาให้ตนเอง ทำทุกปีที่เกิด
> นะคะ จะก่อน หรือหลังวันเกิดตามสะดวก

blog post วัคซีนใจ
Category: วัคซีนใจ
Posted: Nov 30, 2009 at 9:07 AM
Current mood: creative
เลี้ยงลูกให้ดี.....มีวัคซีนใจ


ปัจจุบันพ่อแม่จำนวนมากเลี้ยงลูกด้วยความรัก แต่ไม่ได้ฝึกฝนให้เด็กมีภูมิต้านทานต่อความทุกข์...เพราะไม่เคยเปิดโอกาสให้ ลูกเผชิญต่อปัญหาในระดับที่เหมาะสมต่อวัยวุฒิของเขา เมื่อโตขึ้นจึงขาดทักษะในการจัดการกับปัญหาของชีวิต

“วัคซีนใจ” 3 ประการ ที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นในการเลี้ยงดูของพ่อแม่และการศึกษาจากครูอาจารย์ เป็นไปเพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความพร้อมในการดำเนินชีวิต ได้แก่

1. วุฒิภาวะ

2. ความนับถือตนเอง

3. การแสวงหาความสุขในชีวิต



1. วุฒิภาวะ (Maturity) คือ ความสามารถในการยับยั้งชั่งใจหรือควบคุมอารมณ์ความต้องการของตนเอง ถ้าพูดเป็นภาษาวัยรุ่น...วุฒิภาวะ แปลว่าความสามารถที่สมองส่วนคิดทำงานมากกว่าสมองส่วนอยาก...เพราะฉะนั้นต้อง ฝึกตอนที่สมองส่วนอยากทำงาน

1. เมื่อลูกอยากได้อะไร ต้องพูดคุยกันว่าจำเป็นหรือไม่...ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อการดำรง ชีวิต ก็ต้องยอมรับว่าไม่ควรได้ ไม่ควรมี...เป็นการแยกแยะระหว่าง “สิ่งที่จำเป็น” (need) กับ “สิ่งที่อยากได้” (want)

2. หากจำเป็นแต่มีข้อจำกัด ก็หาทางออก อย่างอื่นเพื่อตอบสนองเท่าที่ทำได้...ถ้าไม่มีเงินก็ไม่จำเป็นต้องซื้อหามา เป็นเจ้าของเสมอไป เราสามารถเช่าหรือใช้บริการจากแหล่งบริการมากมายที่มีในสาธารณะ

3. ถ้าจำเป็นต้องมี ต้องได้ ก็อย่าเพิ่งรีบซื้อให้ทันที... ต้องฝึกให้เด็กรู้จักการรอ (delay immediate gratification) หรือ ตั้งเงื่อนไข ให้เป็นรางวัล...ถือ เป็นการฝึกวินัยในตนเอง (self discipline)

ถ้าหากลูกอยากได้อะไร แล้วพ่อแม่ตอบสนองหามาให้ในทันที เด็กจะไม่รู้จักเรียนรู้ที่จะรอ เขาจะเคยชินต่อการตอบสนองความต้องการของตนเอง หากในวัยเด็กเขาไม่ได้รับการฝึกให้ควบคุมความต้องการของตนเอง เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นเขาก็ไม่เรียนรู้ที่จะยับยั้งชั่งใจในเรื่องทางเพศเป็น ผลตามมา

พ่อแม่หลายคนปรนเปรอลูกด้วยวัตถุหรือการเสพ...สาเหตุ 3 ประการที่พบบ่อย ได้แก่

* ไม่ต้องการให้ลูกเผชิญความผิดหวัง ซึ่งเคยเกิดกับตัวพ่อแม่ในวัยเด็ก...อยากได้อะไรก็ไม่เคยได้

* ชดเชยความรู้สึกผิดที่เรามีเวลาใกล้ชิดเขาน้อยเกินไป จึงตอบแทนเด็กด้วยของเล่นหรือเงินทอง

* กลัวลูกโกรธหรือไม่รัก แล้วจะไม่เอาใจใส่พ่อแม่ในยามชรา

ผู้ใหญ่ จำเป็นต้องเป็นตัวอย่างของการดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ไม่ถูกครอบงำด้วยกระแส บริโภคนิยมเสียก่อน ไม่ถูกชัก จูงง่ายจากสื่อโฆษณา...เด็กจึงจะ “เลียน และรู้” รูปแบบของการใช้ชีวิตที่ไม่เน้นการแสวงหาวัตถุเพื่อสร้างความสุขให้แก่จิตใจ


2. ความนับถือตนเอง (Self-esteem) คือการตระหนักรู้ในคุณค่าที่มีในตนเอง นำไปสู่ความภาคภูมิใจ...พูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ก็คือ “ความรักในตนเอง” ...รักตัวเองให้เป็น ก็ต้องเห็นตัวเองให้ชัด

วิธีการในการเลี้ยงลูกให้พัฒนาความนับถือตนเองมี 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
1. รู้ศักยภาพของตนเอง ว่าเรามีความสามารถอะไรเป็นพิเศษ เรียนวิชาไหนแล้วชอบหรือมีความสุข...ซึ่งเด็กแต่ละคนจะมีลักษณะนิสัยหรือ ศักยภาพไม่เหมือนกัน การเลี้ยงดูหรือการศึกษาจึงต้องพัฒนาความสามารถให้ตรงกับตัวเด็กมากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือหรือเลือกคณะวิชาไปตามกระแสค่านิยมของสังคม ซึ่งอาจไม่ตรงกับใจตัวเอง

2. กำหนดจุดมุ่งหมายของชีวิต-คุณสมบัติของจุดมุ่งหมายนั้นต้องมีคุณสมบัติ 2 อย่างคือ

* มีความทัดเทียมกับศักยภาพของตนเอง ไม่สูงหรือต่ำเกินไป...ถ้าสูงเกินไปก็เป็นฝันกลางวัน ถ้าต่ำเกินไปก็เป็นการดูถูกตัวเอง

* ต้องสามารถกำหนดเป็นมโนภาพ (visualization) ในใจว่าในอนาคตโตขึ้นเราอยากเป็นอะไร...บังเกิดเป็นแรงดลบันดาลใจ มีพลัง

3. ขยัน มุมานะพากเพียรพยายาม (effort) เพื่อเป็นพลังหรือแรงขับดันให้ชีวิตมุ่งมั่นสู่จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้...ตรง ข้ามกับความขี้เกียจหรือรักสนุก-ชอบสบาย (comfort)

การพัฒนาทั้งสาม ขั้นตอน จะนำไปสู่ความสำเร็จ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงความภูมิใจในตนเอง นำไปสู่สภาวะจิตที่สูงส่ง และไม่ดึงชีวิตตัวเองไปสู่ความเสื่อม เช่น เที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน ติดยาเสพติด มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ฯลฯ

อุปสรรค อย่างหนึ่งของการพัฒนาความนับถือตนเอง คือระบบการศึกษาที่เน้นคนเรียนเก่ง เช่น สอบได้ที่ 1 ถึงที่ 3 หรืออย่างน้อยก็ต้องได้เลขตัวเดียว จึงจะเป็นที่ชื่นชมของพ่อแม่และครูอาจารย์ ในขณะที่นักเรียนอีก 30-40 คนที่เหลือในห้องก็ไม่สามารถเกิดความปีติสุขจากการเรียนรู้...ผลที่สุดคือ การรวมกลุ่มของเด็กที่ไม่ประสบความสำเร็จในการศึกษา จึงไปแสวงหาความสุขจากทางอื่น เช่น ขับรถซิ่งแข่งกัน มีเซ็กซ์เก็บแต้ม คุยโม้โอ้อวดเรื่องการใช้สินค้าแบรนด์ เนม หาแฟนรวย...ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างความรู้สึกว่าตนยังมีคุณค่าอยู่ อย่างน้อยก็ได้รับการยกย่องจากสมาชิกใน “สังคมเล็ก ๆ” ของตนเอง

เพราะ ฉะนั้น ถ้าลูกเรียนหนังสือไม่เก่ง แทนที่จะถูกซ้ำเติมจากพ่อแม่ด้วยคำพูดในทางลบ ผู้ปกครองควรให้กำลังใจและความคิดในทางบวกต่อตนเอง เช่น “ถึงแม้ว่าลูกจะสอบได้คะแนนน้อย แต่ลูกยังมีความสามารถอีกหลายอย่างที่การสอบไม่ได้วัดผล” ...ความสามารถอีกหลายอย่างนั้น ถ้าเขายังไม่เห็น พ่อแม่ต้องเห็นได้จากการสังเกต และเราจะสังเกตรู้ได้ว่าลูกมีศักยภาพอะไร ก็ต่อเมื่อเราได้มีเวลาใกล้ชิดและรับฟังสิ่งที่เขาเปิดเผย...แทนที่จะคิดว่า ลูกจะต้องรับฟังและเชื่อฟังเราฝ่ายเดียว


3. การแสวงหาความสุขในชีวิต...ความสุขมีรูปแบบที่หลากหลาย แบ่งเป็น 4 ระดับ เรียกว่า “4 ระดับของความสุข จากสนุกสู่สงบ”

1. มีกิจกรรมสนุกสนานจากกิจกรรมบันเทิง ได้รับความเอร็ดอร่อยจากการเสพทางตา หู จมูก ลิ้นและผิวหนัง...มักจำเป็นต้องซื้อหาด้วยเงิน หากไม่รู้จักควบคุมการเสพ ก็นำไปสู่ความทุกข์ร้อนเรื่องหนี้สิน

2. การเสพสุนทรียภาพของงานศิลปะ... โดยไม่จำเป็นต้องซื้อหามาเป็นเจ้าของ แต่ชื่นชมจน นำไปสู่ความปีติ อิ่มเอิบ เบิกบาน และเกิดแรงดลบันดาลใจในชีวิต

3. ความสงบสบายจากการใกล้ชิดธรรม ชาติ...ท่ามกลางธรรมชาติ ย่อมโน้มนำใจให้ผ่อนคลาย สดชื่นและเย็นใจ…พร้อมความรู้สึกสำนึกในบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ…จนมิ อาจคิดถึงเรื่องการทำลายหรือความโลภ

4. การดำเนินชีวิตอย่างพิจารณา...มีสติในกิจวัตรประจำวันและการทำงาน ในที่สุดเราจะบังเกิดความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิต จนในที่สุดจิตของเราที่พัฒนาจนผ่อนคลายจากการยึดติดในสิ่งต่าง ๆ นำไปสู่การดำเนินชีวิตไม่เป็นทุกข์



ข้อมูลจาก นายแพทย์สุกมล วิภาวีพลกุล.


จดหมายถึงสมเด็จ พระเทพ รัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

6 ตุลาคม 2547

พระราชนิพนธ์: พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช





พระราชหัตถเลขาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีไปถึงสมเด็จ พระเทพ รัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗
สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำเผยแพร่


ลูกพ่อ
ในพื้นแผ่นดินนี้
ทุกสิ่งเป็นของคู่กันมาโดยตลอด มีความมืดและความสว่าง ความดีและความชั่ว
ถ้าให้เลือกในสิ่งที่ตนชอบแล้ว
ทุกคนปรารถนาความสว่างปรารถนาความดีด้วยกันทุกคน
แต่ความปรารถนานั้นจักสำเร็จลงได้ จักต้องมีวิธีที่จักดำเนินให้ไปถึงความสว่าง หรือ ความดีนั้น
ทางที่จักต้องไปให้ถึงความดีก็คือรักผู้อื่น
เพราะความรักผู้อื่น สามารถแก้ปัญหาได้ทุกปัญหา
ถ้าให้โลกมีแต่ความสุขและเกิดสันติภาพ
ความรักผู้อื่นจักเกิดขึ้นได้
พ่อขอบอกลูกดังนี้...

1. ขอให้ลูกมองผู้อื่นว่า เป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตายด้วยกัน ทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าอดีต...ปัจจุบัน...อนาคต
2. มองโลกในแง่ดี และจะใ ห้ดียิ่งขึ้น ควรมองโลกจากความเป็นจริง อันจักเป็นทางแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง และเหมาะสม
3. มีความสันโดษ คือ
- มีความพอใจเป็นพื้นฐานของจิตใจ พอใจตามมีตามได้ คือได้อย่างไร ก็เอาอย่างนั้น ไม่ยึดติด ขอให้คิดว่ามีก็ดี ไม่มีก็ได้ พอใจตามกำลัง คือมีน้อยก็พอใจตามที่ได้น้อย
- ไม่เป็นอึ่งอ่างพองลมจะเกิดความเดือดร้อนในภายหลัง
- พอใจตามสมควร คือทำงานให้มีความพอใจเหมาะสมแก่งาน
- ให้ดำรงชีพให้เหมาะสมแก่ฐานะของตน
4. มีความมั่นคงแห่งจิต
คือให้มองเห็นโทษของความเกียจคร้าน และมองเห็นค ุณประโยชน์ของความเพียร และเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาให้ภาวนาว่า...มีลาภ มียศ สุขทุกข์ปรากฏ สรรเสริญนินทา เสื่อมลาภ เสื่อมยศ เป็นกฎธรรมดา อย่ามัวโศกานึกว่า ' ชั่งมัน '
พ่อ
6/10/2547
---------------------------------------------------------------------------------------
สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชปรารภทิ้งท้าย
*** ฉันหวังว่า คำสอนพ่อที่ฉันได้ประมวลมานี้ จะเกิดประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน ที่ได้พบเห็น และลูกอันเป็นที่รักของพ่อทุกคน
ฉันรัก พ่อฉันจัง
สิรินธร
blog post ลองดูนะแม่นจริงๆ
Category: ลองดูนะแม่นจริงๆ
Posted: Nov 14, 2009 at 1:31 PM
Current mood: awesome
มีคนบอกว่าแม่นลองทำดูนะ

TIBETAN PERSONALITY TEST
ให้เวลากับแบบทดสอบ
แล้วคุณจะอึ่ง… กิมกี่
น่าสนใจมาก

ดาไล ลามะแนะนำ
ให้อ่านเผื่อจะใช้ได้กับตัวคุณ


4 คำถามเท่านั้น
…แล้วคำตอบจะทำให้คุณฉงน

คำเตือน ! !

ซื่อสัตย์และไม่โกงแอบดูคำตอบ
ทำใจให้เหมือนร่มชูชีพ ยามกางออก
ทำใจให้ร่าเริง เกาะติดกับคำแนะนำอย่างใกล้ชิด
และ… อย่าทุจริต



อธิษฐานด้วยนะ
ก่อนเริ่มทำแบบทดสอบ!
คำเตือน !

ตอบคำถามไปเรื่อยๆ
มีคำถามเพียง 4 ข้อและ
ถ้าคุณแอบเห็นคำถามทั้งหมดก่อนทำจนจบทุกข้อ
คุณจะไม่ได้รับคำตอบที่ถูกต้อง


ห้ามเงยหน้า
เตรียมดินสอและกระดาษให้พร้อม

นี่คือแบบสอบถามที่ตรงไปตรงมา
ที่จะบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณ
คำถามแต่ละข้อ ให้ตอบคำถามที่คิดว่าดีที่สุด
จำไว้ว่า ไม่มีใครเห็น ยกเว้นคุณเท่านั้น



(1) ให้เรียงลำดับสัตว์ข้างล่างนี้ตามที่คุณชอบ :
แม่วัว, เสือ, แกะ, ม้า, หมู


(2) ให้เขียนเพียง 1 คำที่จะบอกถึงสัตว์แต่ละตัวชนิดต่อไปนี้ :
สุนัข, แมว, หนู, กาแฟ, ทะเล



(3) คิดถึงคนที่รู้จักคุณ ที่มีความสำคัญกับคุณ และโยงความสัมพันธ์คนเหล่านี้กับสีต่อไปนี้ โดยไม่เลือกสีซ้ำ และ 1 คนต่อ 1 สีเท่านั้น :
เหลือง, ส้ม, แดง, ขาว, เขียว




(4) ให้เขียนตัวเลขที่คุณชื่นชอบและวันในสัปดาห์ที่คุณชอบ




เสร็จแล้วรึ?

คุณต้องมั่นใจว่าคำตอบนั้น
มาจากใจจริงๆ



พร้อมรึยังที่จะ… ดูคำอธิบายข้างล่าง :
…ยังก่อน …. กรุณา
อธิษฐานซ้ำด้วยนะ



ANSWERS:


(1)
ต่อไปนี้คือลำดับความสำคัญในชีวิตของคุณ
แม่วัว หมายถึง อาชีพการงาน
เสือ หมายถึง ความภาคภูมิใจ
แกะ หมายถึง ความรัก
ม้า หมายถึง ครอบครัว
หมู หมายถึง ทรัพย์สิน เงินทอง




(2)
เขียนถึง …
สุนัข บ่งถึง บุคลิกภาพของคุณ
แมว บ่งถึง บุคลิกภาพของคู่ชีวิตคุณ
หนู บ่งถึง บุคลิกภาพของศัตรู
กาแฟ บ่งถึง ชีวิตรักของคุณ
ทะเล บ่งถึง ชีวิตของคุณเอง



(3)


สีเหลือง : คุณที่คุณจะไม่ลืม
สีส้ม : คนที่คุณคิดว่าเป็นมิตรแท้
สีแดง : คนที่คุณรักจริง
สีขาว : คนที่เป็นคู่รักของคุณ
สีเขียว : คุณที่คุณจะจดจำตลอดชีวิต


Recent Media

มากมาย - BIE The Star
(Duration: 4:16)
5:18am
ไม่ยอมตัดใจ - SEK LOSO
(Duration: 4:52)
Nov 29th, 2:17pm

Profile Comments

3:23pm
หวัดดีค่า ^ ^
2:28pm
ขอตัวไปทำงานก่อนนะคับ
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket
12:36pm
พี่ชายไปตลาดก่อนน้าเดวซื้ออะไรร้อนๆมาฝากตอนดึกจ้ะ
12:01pm
เอาสุขภาพดีกว่าถ้าไม่หายดี
ไปทำงานก้อมีค่าเท่าเดิม
กลับจาไม่สบายกว่าเดิมจายุ่งละซิ
พักดีกว่าน้า
11:15am
เง้อ..สุดท้ายเจ้าเจิดได้ความดีความชอบไป
แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
10:50am
ให้เจ้าเจิดมาด้วยคอยถือถ้วยข้าวต้มจร้า...อิอิ
10:41am
มาแล้วจร้าข้าวต้มกุ้ง...ตะกี้บรรเจิดมาตามแล้วจ้ะ
กำลังต้มอยู่พึ่งเสดร้อนๆเลย
Photobucket